Home » INTERVIEW » สมโภชน์ อาหุนัย เบอร์ 1 บมจ.EA “ผมขอเป็นคนสร้างตลาดรถยนต์นั่งไฟฟ้า”

สมโภชน์ อาหุนัย เบอร์ 1 บมจ.EA “ผมขอเป็นคนสร้างตลาดรถยนต์นั่งไฟฟ้า”


ปัจจุบันนี้ เราเริ่มเห็นรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยี PlugIn ไฮบริด วิ่งกันขวักไขว่ทั่วท้องถนนเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะรถยนต์จากค่ายยุโรป ไม่่ว่าจะเป็น เมอร์เซเดส เบนซ์ ,บีเอ็มดับเบิลยู และวอลโว่ ต่างประกาศชัดเจนว่าเทคโนโลยีรถยนต์ที่จะก้าวต่อไปคือ PlugIn ไฮบริด และก้าวไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV ต่อไป 

 “EA Anywhere”

หน้าตาของ “EA Anywhere”

เมื่อรถยนต์ PlugIn ไฮบริด ได้รับควานิยมมากขึ้น ลูกค้าเริ่มให้การยอมรับกับเทคโนโลยีไฟฟ้ามากขึ้นตามลำดับ เชื่อว่าในอนาคตรถยนต์ PlugIn ไฮบริด จะต้องเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างแน่นอน และเมื่อทุกอย่างเริ่มเดินไปตามเส้่นทางของเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี แน่นอนว่าจะต้องเกิดธุรกิจใหม่ตามมา

ธุรกิจสถานีชาร์จไฟฟ้า คืออีกหนึ่งธุรกิจที่จะต้องเกิดขึ้นตามเทคโนโลยี PlugIn ไฮบริด และ EV แม้ว่าในวันนี้ปริมาณประชากรรถ PlugIn ไฮบริด ยังมีอยู่ไม่มาก แต่ในอนาคตรถกลุ่มนี้ต้องเพิ่มขึ้นแน่ๆ

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA ที่เห็นโอกาสทางธุรกิจนี้ จึงได้ระดมทุนเบื้องต้นประมาณ 210 ล้านบาท ตั้งบริษัทลูกคือ บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด มาเดินหน้าทำธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “EA Anywhere” ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล

“เราเชื่อว่าเทรนด์เทคโนโลยีรถไฟฟ้าต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งผมเป็นคนที่ชอบทำอะไรที่นำหน้ากว่าคนอื่น ผมไม่จำเป็นต้องรอให้รถไฟฟ้ามีเยอะๆ ถึงจะมาสร้างสถานีชาร์จไฟ ผมคิดแต่ว่าถ้าผมสร้างสถานีชาร์จไฟเยอะๆ ก็จะมีคนใช้รถไฟฟ้าเยอะขึ้นมาเอง เราไม่ต้องรอตลาด แต่เราต้องสร้างตลาดให้เกิดขึ้นมาด้วยมือเราเอง” นั่นคือแนวความคิดของ สมโภชน์ ที่ต้องการเป็นผู้กำหนดทิศทางของตลาดรถยนต์ไฮบริด แบะรถไฟฟ้าของไทย

 

เขาย้ำว่า คนไทยไม่ชอบทำอะไรแบบผู้นำความคิด แต่ไม่ใช่สำหรับ EA เพราะในเมื่อเขาเชื่อว่า เทรนด์เทคโนโลยีรถไฟฟ้าจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต เขาตัดสินใจเดินหน้าในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับรถไฟฟ้าทันที โดยเขาย้ำว่า ถ้าเราเชื่อว่ารถไฟฟ้าจะเกิดเราก็สร้างให้มันเกิด ไม่ใช่รอให้เกิดก่อนแล้วค่อยทำนั่นคือ

การ “สร้าง” ให้รถยนต์นั่งไฟฟ้าเกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แม้ว่าในขณะนี้ค่ายรถยนต์ระดับหรูเดินหน้าบุกตลาด เปิดตัวรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่เป็นรถยนต์ PlugIn ไฮบริดเต็มไปหมด เพราะหนึ่งในฟันเฟืองหลักที่จะทำให้รถยนต์ในกลุ่มนี้เติบโตได้ก็คือ จำนวนสถานีชาร์จไฟนั่นเอง ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีความชัดเจนใดๆ ว่าหน่วยงานรัฐจะเป็นผู้ลงทุนในเรื่องนี้ 

พันธมิตรของ EA ในกาารขยายสถานีบรรจุไฟฟ้า

เมื่อ สถานีชาร์จไฟฟ้า คือหนึ่งในหัวใจของการเติบโตของรถยนต์ประเภทนี้ ประกอบกับในเวลานี้ยังไม่มีใครครองตลาดนี้ได้ จึงถือเป็นโอกาสทองที่เขาต้องก้าวเข้ามาในยุทธจักรนี้ 

“ตอนนี้ยังไม่มีใครเป็นเบอร์ 1 ในตลาดสถานีชาร์จไฟฟ้า ผมต้องการเข้ามาในตลาดนี้ก่อนคนอื่น และครองเป็นเบอร์ 1 เพราะเมื่อเราเป็นเบอร์ 1 ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนอื่นจะเข้ามาแข่งในตลาดนี้ได้” แนวคิดดังกล่าว ทำให้สมโภชน์ ตัดสอนใจเข้าไปเจรจากับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เพื่อเป็นพันธมิตรในการติดตั้งสถานีชาร์จไฟ อย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพราะสถานีชาร์จไฟฟ้า แต่ละแห่งจำเป็นต้องใช้ปริมาณไฟฟ้าจำนวนมาก เกือบจะเทียบเท่ากับหมู่บ้านใหญ่ๆ หมู่บ้านนึงเลยทีเดียว ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องร่วมมือกับคนที่ใฟฟ้าในมือ เพื่อเดินสายไฟไปตามจุดที่ตั้งสถานีชาร์จไฟที่บริษัทกำหนดไว้ โดยเขามีแผนผุดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “EA Anywhere” ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายในปีนี้ ก่อนรุกหนักปูพรมตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ 1,000 สถานี ภายในปี 2561 โดยใช้เงินลงทุนทั้งหมด ประมาณ 600 ล้านบาท

นอกจากการร่วมมือกับ กฟน.แล้ว EA ยัง มีพันธมิตรอย่าง ห้างสรรพสินค้า สยามพารากอน และอาคารจอดรถยนต์สยามคาร์ปาร์ค  อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม โรงแรม ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมัน เพื่อใช้เป็นจุดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า “EA Anywhere” อีกด้วย

สมโภชน์ ย้ำว่า เมื่อเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการที่ยานยนต์ไฟฟ้ากำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ถ้าเราอยากให้มีคนใช้รถยนต์ไฟฟ้ามาก เราก็ยิ่งต้องลงทุนสร้างองค์ประกอบที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกไว้อย่างเพียงพอ ทั้งด้านการจัดให้มีหัวชาร์จไฟฟ้าทุกๆ จุดสำคัญรองรับการเดินทางทั่วประเทศ และด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยของเราหัวชาร์จนี้จะสามารถประจุไฟฟ้าได้อย่างรวดเร็วถึงระดับ Super Charge รองรับการให้บริการสำหรับทุกยี่ห้อ ตลอดจนสามารถรองรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ในอนาคตอีกด้วย โดยมีเป้าหมายการร่วมมือกับพันธมิตรนับสิบรายเพื่อติดตั้งหัวชาร์จทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะที่ในต่างจังหวัดนั้น บริษัทจะขยายสถานีชาร์จไฟฟ้า ผ่านสถานีบริการน้ำมัน SUSCO ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรของบริษัท

ปัจจุบันพลังงานมหานคร ได้เปิดตัวสถานีอัดประจุไฟฟ้า EA Anywhere ที่อาคารจอดรถศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น GA NORTH และสยามคาร์พาร์ค ชั้น GB ซึ่งแต่ละสถานีสามารถรองรับการชาร์จได้พร้อมกันถึง 6 คัน ใช้ได้ทั้งรถยนต์ประเภท ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยเครื่องชาร์จ กำลังสูง ขนาด 32 A / 22 kw ที่ใช้ปลั๊กเสียบชาร์จ แบบมาตรฐาน TYPE 2  ซึ่งใช้งานได้ง่ายและมีความปลอดภัยสูง พร้อมให้บริการแล้ว โดยลูกค้าสามารถใช้บริการชาร์จไฟฟ้าได้ฟรีไปจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2560 และจะเปิดบริการในจุดถัดๆ ไปทั่วกรุงเทพฯ เร็วๆ นี้

สำหรับการใช้บริการนั้น ลูกค้าต้องโหลดแอพพลิเคชั่น EA Anywhere  ซึ่งบริษัทฯ ได้จับมือกับบริษัท ออนไลน์แอสเซ็ท จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรที่สำคัญ พัฒนาแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน เพื่อการค้นหาสถานี การจองช่องชาร์จล่วงหน้า และบริการชำระผ่านบัตรเครดิต หรือผ่านสมาร์ทโฟนได้ ปัจจุบันสามารถใช้ได้กับแอพพลิเคชั่นในระบบปฏิบัติการณ์แอนดรอยด์ ได้แล้ว และอยู่ระหว่างพัฒนาระบบร่วมกับปฏิบัติการณ์ IOS

“ส่วนค่าบริการนั้นในช่วงนี้ให้บริการฟรีถึงสิ้นเดือนตุลาคม ส่วนค่าบริการนั้นขณะนี้ยังไม่สรุปราคาอย่างเป็นทางการ แต่ราคาค่าบริการนั้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนแรกเป็นค่าไฟฟ้าซึ่งรัฐกำหนดราคามาแล้ว ส่วนที่สองเป็นค่าธรรมเนียมการให้บริการซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าสถานีชาร์จนั้นอยู่ที่ไหน โดยค่ธรรมเนียมจะไม่เท่ากัน” นั่นคือ คำตอบของ เบอร์ 1 บริษัท EA ที่กำลังก้าวเข้ามาเปลี่ยนยุคสมัยของเทคโนโลยีรถยนต์เมืองไทย ให้ก้าวไปสู่ ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า ในอนาคตอันใกล้