Home » INTERVIEW » อันตวน บาร์เตส หัวเรือใหญ่ นิสสัน เมืองไทย “อีก 2 ปี นิสสันจะมีส่วนแบ่งตลาดเกิน 10%”

อันตวน บาร์เตส หัวเรือใหญ่ นิสสัน เมืองไทย “อีก 2 ปี นิสสันจะมีส่วนแบ่งตลาดเกิน 10%”


ด้วยยอดขายไตรมาสแรกของปีงบประมาณ ( ช่วงระหว่างวันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน) นิสสันมียอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดขายรวม 13,815 คัน แบ่งเป็นกลุ่มรถอีโคคาร์ 7,984 คัน กระบะนาวารา 4,562 คัน นิสสัน X-Trail 497 คัน อื่นๆ อีก 772 คัน หรือเติบโต 33% เมื่อเทียบช่วงเวลาเดี่ยวกันของปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มียอดจำหน่ายเติบโตมากที่สุดแบรนด์หนึ่งในตลาดรถยนต์เมืองไทย

อันตวน บาร์เตส  ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

อันตวน บาร์เตส  ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด “ลูกค้าคือศูนย์กลางของเรา”

การเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเติบโตมากกว่าตลาดรถยนต์รวมที่เติบโตอยู่ 30% นับเป็นความสำเร็จที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมานิสสันเอง มีสินค้าใหม่เปิดตัวเพียงรุ่นเดียวนั่นคือ นิสสัน โน้ต รถยนต์อีโคคาร์ที่ใส่เทคโนโลยีไว้มากที่สุดในตลาดอีโคคาร์วันนี้ นอกจากนั้นก็เป็นเพียงโมเดลเก่า ที่อาศัยแต่งหน้าทาปาก ใส่อุปกรณ์เสริมเพิ่มเข้าไปเท่านั้น

และวันนี้ “อันตวน บาร์เตส”  ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจของนิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จะมาบอกให้เราทราบถึงเหตุผลที่ทำให้ นิสสัน เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจของนิสสัน นับจากนี้ว่าจะเป็นอย่างไร

อันตวน เริ่มต้นบทสนทนาว่า “ในวันนี้่พวกคุณจะได้ยินคำว่าลูกค้านิสสันบ่อยมาก เพราะผมจะพูดถึงลูกค้าของเราในทุกมิติ และทุกสิ่งที่นิสสันทำก็ทำเพื่อลูกค้านิสสันเพราะกลยุทธ์ของนิสสันนับจากนี้จะยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญ เราใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางเราจะต้องทำให้ลูกค้าพอใจทั้งก่อนซื้อสินค้าและหลังซื้อสินค้า และผมเชื่อว่าการทำให้ลูกค้าพอใจส่งผลให้ผลประกอบการของนิสสันเติบโตขึ้น”

นิสสัน อัลเมร่า

นิสสัน อัลเมร่า ยังเป็นพระเอกของนิสสัน

สำหรับกลยุทธ์การทำงานของเขานั้น จะมุ่งเน้นกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้า 3 ประการ ได้แก่ 1.การเพิ่มความหลากหลายของรถยนต์ในประเทศไทยด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างนิสสันโน้ต รวมถึงการปรับรูปลักษณ์ ของรถที่จำหน่ายในปัจจุบัน อย่าง กระบะ นาวารา รุ่นแบล็ค เอดิชั่น ,ซิลฟี่ สปอร์ตเทค 2.การทำงานร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน และการลงทุนให้สามารถนำเสนอการบริการที่มีคุณภาพและสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

3.การใช้ประโยชน์จากฐานการผลิตของนิสสันในประเทศไทยรวมถึงศูนย์พัฒนาและวิจัยยานยนต์ (R&D) ของนิสสัน เพื่อนำเสนอรถยนต์รุ่นพิเศษ และรุ่นเฉพาะที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมานิสสันได้ลงทุนไปแล้ว 1,000 ล้านบาท และได้ส่งออกรถนิสสันไปแล้วกว่า 9 ประเทศทั่วโลก

นิสสัน โน้ต

นิสสัน โน้ต ความหวังของนิสสัน ในตลาดอีโคคาร์ ที่ยังมีการบ้านให้แก้ปัญหาอีกเยอะ

อันตวน ย้ำว่า นิสสัน ในไทยเติบโตอย่างเข้มแข็งในไตรมาสแรก และมีแนวโน้มผลประกอบการเป็นเชิงบวกสำหรับครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2560 ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการของลูกค้าในรถยนต์กลุ่มอีโคคาร์ โดยเฉพาะรุ่นอัลเมร่า ที่มียอดขายมากที่สุดของนิสสัน รวมถึงนิสสัน มาร์ช ที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ รถยนต์นิสสัน โน้ต ก็มียอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่นาวารา นิสสันก็เริ่มบุกตลาด รุ่นคิงแคป มากขึ้น และก็ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า แต่เขายืนยันว่ายังไม่พอใจกับยอดขายดังกล่าว และจะพยายามผลักดันยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่าตลาดรวมรถยนต์เมืองไทยในปีนี้อยู่ที่ 8.5 แสนคัน

นิสสัน ซิลฟี่

นิสสัน ซิลฟี่ ยังทำตลาดแบบเงียบๆ

เขาปฏิเสธ ที่จะเปิดเผยถึงสินค้ารุ่นใหม่ๆ ที่จะมาเปิดตลาดในประเทศไทยในอนาคต โดยเขาบอกว่าตัวเขาเองไม่มีสิทธิที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่ยืนยันว่าในอนาคตอันใกล้่ นิสสันจะมีสินค้าใหม่มาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าชาวไทยแน่นอน และแน่นอนรวมไปถึงรายละเอียดแผนการทำตลาดรถเครื่องยนต์ไฮบริดในอนาคตด้วยว่านิสสัน จะมีเครื่องยน์ไฮบริดในรถรุ่นอื่น นอกเหนือจาก นิสสัน X-TRAIL หรือไม่

อย่างไรก็ตาม อันตวน บอกว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นทำให้ ส่วนแบ่งการตลาดของนิสสันเพิ่มขึ้นอีก 1.4% ในไตรมาสแรก และเชื่อมั่นว่าจะสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดถึง 7% เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ 2560 ซึ่งหากมองย้อนไปเมื่อปีก่อน นิสสันมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 5.6% เท่านั้น

ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญของเรา นิสสันยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจในประเทศไทย และให้ความสำคัญกับความสุข ความพึงพอใจ และความปลอดภัยของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เรามั่นใจว่าถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เราจะมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในระดับ Double Digit ภายในอีก 2 ปีข้างหน้า”

กระบะ นาวารา

กระบะ นาวารา เวอร์ชั่นพิเศษ

ส่วนการจัดระเบียบตัวแทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์ในช่วงนี้ อันตวน บอกว่าเป็นเรื่องปกติของการทำธุรกิจรถยนตต์  ที่จะต้องมีการเจรจากับดีลเลอร์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้มีการปรับตัวให้เป็นไปตามแผนงานที่ นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ได้วางไว้ ซึ่งดีลเลอร์ต้องพร้อมที่จะลงทุนไปกับนิสสัน ซึ่งแผนการปรับปรุงดีลเลอร์นั้นก็เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจต่อแบรนด์ และบริการของนิสสันมากที่สุด รวมถึงเพื่อเพิ่มยอดขายให้กับแต่ละดีลเลอร์ด้วย

สำหรับแผนการเปิดตัวสินค้าใหม่ในอนาคตนั้น จะเป็นไปตามนโยบายของนิสสัน คือต้องนำเทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility มาสู่ตลาดเมืองไทยอย่างแน่นอน

นิสสัน ลีฟ

นิสสัน ลีฟ ใหม่ จะเปิดตัววันที่ 6 ตุลาคมนี้ ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนิสสัน หวังว่าจะมีโอกาสมาทำตลาดในประเทศไทย

อันตวน ได้กล่าวถึงนโยบายสนับสนุนรถยนต์นั่งไฟฟ้า หรือ EV ของภาครัฐว่ารถยนต์ EV คือหัวใจสำคัญของนิสสัน ซึ่งนิสสันมองว่าเป็นอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก และเป็นเป้าหมายของนิสสันคือ Zero Emission หรือการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ซึ่งที่ผ่านมานิสสัน ได้เข้าหารือกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเรื่องนี้ เพื่อให้นิสสัน มีโอกาสนำรถ EV เข้ามาทำตลาดในไทยได้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดการเจรจาได้ แต่นิสสันมีความมุ่งมั่นอยากเป็นค่ายรถยนต์ค่ายๆแรกของเมืองไทยที่มีโอกาสทำตลาดรถ EV

“เราเป็นผู้นำในเทคโนโลยีรถไฟฟ้าในโลก เห็นได้จากยอดขายนิสสัน leaf ที่มียอดขายมากถึง 2.77 แสนคัน เป็นรถEV ที่ขายดีที่สุดในโลก นิสสันทำรถไฟฟ้ามานานกว่า 70 ปีแล้ว และเราก็อยากเดินหน้าแผนการทำตลาดรถไฟฟ้าในไทย และเราอยากแนะนำเทคโนโลยีเครื่อง e-power ให้รัฐบาลได้รับทราบและกำหนดให้เทคโนโลยีนี้เข้าไปอยู่ในหมวดเดียวกับเทคโนโลยี EV ”

นิสสัน X-Trail

นิสสัน X-Trail ยังเป็นเทคโนโลยีไฮบริดเพียงรุ่นเดียวของนิสสัน

อย่างไรก็ตาม อันตวน ยังมองว่าประเทศไทยยังไม่มีความพร้อมการรองรับเทคโนโลยีรถไฟฟ้า ทั้งในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานอย่างจำนวนสถานีอัดประจุไฟฟ้า มียังไม่มีความชัดเจนว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้ลงทุน ซึ่งในส่วนนี้เขาเห็นว่ารัฐบาลควรเป็นผู้ลงทุนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงให้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ใช้รถEV เพื่อจูงใจให้มีการใช้งานมากขึ้น ซึ่งสิทธิประโยชน์นี้ไม่ได้แค่ทำให้ราคารถ EV ถูกลงเท่านั้น แต่ต้องเป็นสิทธิประโยชน์ในด้านการใช้งาน เช่นในต่างประเทศรถEV สามารถวิ่งเข้ามาในเขตเมืองชั้นในได้ เพราะไม่มีมลพิษ หรือสามารถวิ่งในเส้นทางรถประจำทางได้

นอกจากนี้รัฐบาลยังต้องสนับสนุนให้มีการผลิตแบตเตอรี่ รถEV ในประเทศไทย เพราะหัวใจหลักของรถ EV คือแบตเตอรี่ ซึ่งในปัจุจบันประเทศไทยยังไม่มีโรงงานผลิตแบตเตอรี่

นั่นคือ การให้สัมภาษณ์ของ ประธานนิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ถึงแนวทางการทำตลาด และเป้าหมายของนิสสัน ในประเทศไทย ว่าจะมุ่งหน้าไปในทิศทางใด แต่รู้ได้เลยว่านับจากนี้ไป นิสสัน จะไม่เหมือนเดิมอย่างแน่นอน