Home » INTERVIEW » เปิดแผน 5 ปี นิสสัน เดินหน้ารถไฟฟ้า ขอแชร์ 10% ติดท็อป3 ความพอใจลูกค้า

เปิดแผน 5 ปี นิสสัน เดินหน้ารถไฟฟ้า ขอแชร์ 10% ติดท็อป3 ความพอใจลูกค้า


นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ประกาศวิสัยทัศน์สอดคล้องกับแผนระยะกลางระดับโลกของนิสสันในชื่อ M.O.V.E 2022 ซึ่งเปิดตัวในปี พ.ศ. 2560 ในงานนี้ หัวเรือใหญ่ของ นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) คือ มร. อันตวน บาร์เตส ประธาน บริษัทฯ ได้ขึ้นมาแสดงวิสัยทัศน์ของนิสสัน ในอีก 5 ปีข้างหน้า รวมถึงแถลงผลการดำเนินงานในปีงบประมาณที่ผ่านมา (1 เม.ย.60-31 มี.ค.61) ด้วย

นิสสัน

มร. อันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

มร.อันตวน เริ่มด้วยความภาคภูมิใจในด้านยอดขายของนิสสัน ว่าเป็นแบรนด์ยานยนต์ที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุดในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว โดยมีอัตราการเติบโต 1.3% รองลงมาเป็น มิตซูบิชิ มีอัตราเติบโต 1.2% ฟอร์ด เติบโต 1% มาสด้า เติบโต 0.9% ขณะที่ยักษ์ใหญ่ เจ้าตลาดอย่างโตโยต้า เติบโตลดลง 4.5%

ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดก็เพิ่มจาก 5.6% เป็น 6.9% จากยอดขายกว่า 42,000 คัน โดยผลิตภัณฑ์หลักที่ประสบความสำเร็จของนิสสันนั้นยังคงเป็น รถอีโคคาร์ คือ นิสสัน อัลเมร่า ,นิสสัน มาร์ช และนิสสัน โน้ต ซึ่งต้องยอมรับว่า นิสสัน นั้นยังมีดรที่รถเล็ก

นิสสัน

นิสสัน โน้ต หนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของนิสสัน

ขณะที่ ตลาดรถกระบะนั้น นิสสัน ก็ประสบความสำเร็จจากการเปิดตัว นิสสัน นาวารา ปี 2018 ซึ่งเป็นรถกระบะรุ่นเดียวในประเทศไทยที่มาพร้อมกล้องมองรอบทิศทาง (Around View Monitor) ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดของนิสสันเรื่อง นิสสัน โมบิลิตี้ นอกจากนี้ ยังเปิดตัวรถสปอร์ต อย่างนิสสัน GT-R เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย

กระบะ นาวาร่า กระบะคันเดียวในตลาดที่มีกล้องมองรอบคัน

พัฒนาดีลเลอร์ สร้างความประทับใจให้ลูกค้า

อย่างไรก็ตาม การมีแค่สินค้าใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดเมืองไทยนั้นไม่ใ่ช่ภารกิจเพียงอย่างเดียวของนิสสัน ทั้งนี้ นิสสัน ต้องการดินหน้าสู่อนาคตด้วยความมุ่งมั่น โดยการใช้ “ลูกค้าเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจทุกด้าน” อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การทำตลาดรถยนต์ในประเทศไทยไปจนถึงการลงทุนพัฒนาผู้จำหน่าย ประเทศไทยยังมีความสำคัญมากขึ้นในฐานะที่เป็นหนึ่งในพลังขับเคลื่อนสู่การเติบโตในระดับโลก พร้อมกับเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาคและเป็นสำนักงานใหญ่ระดับภูมิภาคของนิสสัน ซึ่งทั้งหมดช่วยส่งเสริมวิสัยทัศน์ในอนาคตของบริษัทฯ

“ตัวแทนจำหน่ายเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของเรา เพราะตัวแทนจำหน่ายคือด่านแรกที่ต้องเจอกับลูกค้า เราต้องพัฒนาดีลเลอร์ให้มีประสิทธิภาพในทุกจุด เพื่อความสามารถของดีลเลอร์ให้สูงขึ้น และส่งผลต่อการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ตั้งแต่การก่อนซื้อรถ การให้คำอธิบายเกี่ยวกับตัวรถ ไปจนถึงการส่งมอบรถ หลังจากนั้นก็ต้องสร้างประสบการณ์ในเรื่องการดูแลรักษา ให้กับลูกค้า เพื่อให้ได้ความประทับใจในทุกช่วงเวลาที่ใช้รถยนต์นิสสัน”

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการมอบการบริการที่เหนือกว่าความคาดหมายของลูกค้าด้วยการลงทุนพัฒนาและปรับปรุงผู้จำหน่าย รวมถึงโชว์รูม Nissan Retail Environmental Design Initiative (NREDI) เพื่อมอบการบริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก โดยนิสสัน ตั้งเป้าว่าจะต้องเพิ่มระดับความประทับใจของลูกค้าให้อยู่ในระดับ ท็อป 3 ในตลาดรถยนต์เมืองไทยให้ได้ภายในปี 2020

ตั้งเป้าส่งออกแตะ 1 ล้านคันในปีนี้

มร.อันตวน ย้ำว่า เรามีวิสัยทัศน์ที่แข็งแกร่งเพื่อสร้งการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไปนับตั้งแต่วันนี้จนถึงปี พ.ศ. 2565 เนื่องจากประเทศไทย เป็นประเทศที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันยอดขายให้กับนิสสันในระดับโลก โดยประเทศไทยเป็นฐานการผลิต ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงมีสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคแห่งนี้ด้วย

ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา นิสสันลงทุนไปมากกว่า 4.4 พันล้านบาทและส่งออกรถยนต์มากกว่า 880,000 คันไปยังกว่า 114 ประเทศในช่วง 10 ปีหลัง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นถึงคุณภาพของการผลิตรถยนต์ของนิสสันและทำให้นิสสันมีตำแหน่งที่มั่นคงสำหรับอนาคต และตั้งเป้าว่าจะส่งออกรถยนต์นิสสันให้่ได้ 1 ล้านคันในปีนี้

การตั้งเป้าส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งมาจากการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ขึ้นที่ประเทศไทย เพื่อรับฟังความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคนี้ การตั้งโรงงานผลิตเกียร์ CVT การเพิ่มกำลังการผลิตจาก 3.5 แสนคันเป็น 7 แสนคัน

M.O.V.E. วิสัยทัศน์ 5 ปี เพิ่มแชร์เป็น 10% เปิดตัวรถEV  ขึ้นท็อป 3 ความพอใจลูกค้า

ประธานของนิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) บอกกับเราถึงวิสัยทัศน์ ของนิสสัน ประเทศไทยว่ามีแผนงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งสอดคล้องเป็นอย่างดีกับแผนงานของนิสสันในระดับโลกที่มีชื่อว่า M.O.V.E 2022 ซึ่งนิสสันตั้งเป้ามีส่วนแบ่งการตลาดเป็นตัวเลข 2 หลัก หรืออย่างน้อยมีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่า 10%  สำหรับ M.O.V.E 2022 นั้นประกอบด้วย

M คือ นวัตกรรมยานยนต์ (Mobility) ด้วยการนำสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาด โดยเน้นที่ความต้องการของลูกค้า ผ่านกาวิจัย วิเคราะห์ของศูนย์ R&D ของนิสสัน โดยมีแผนจะเปิดตัวนิสสัน TERRA รถกระบะดัดแปลง PPV ภายในปีนี้ เพราะนิสสัน มองว่าตลาดรถ PPV ยังเป็นที่ต้องการของลูกค้าชาวไทย

นิสสัน TERRA รถ PPV รุ่นแรกของ นิสสัน ที่จะเปิดตัวในปีนี้

O คือ ความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน (Operational Excellence) ด้วยการร่วมมือกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างกันให้มากขึ้น

V คือ การให้ความสำคัญกับลูกค้า (Value to Customers) ด้วยการทำงานใกล้ชิดกับลูกค้ามากที่สุดมุ่งไปที่ความต้องการของลูกค้า ถ้านิสสันใช้กลยุทธ์ลูกค้าคือศูนย์กลางแล้ว เชื่อมั่นว่าระดับความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์นิสสัน ต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

E คือ ระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า (Electrification) ด้วยการเปิดตัวแสดงให้ลูกค้าได้เห็นว่า นิสสัน คือผู้นำในเทคโนโลยีรถยนต์นั่งไฟฟ้าของโลก โดยในปีนี้ นิสสัน มีแผนจะเปิดตัวรถยนต์ LEAF รถยนต์นั่งไฟฟ้า (EV) เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการภายในเเดือนมีนาคม 2562 อย่างแน่นอน

นิสสัน LEAF

นิสสัน LEAF รถ EV ที่จะเปิดตัวแน่ในอีกไม่นานนี้

“การเปิดตัวนิสสัน ลีฟ ที่ล่าช้่า ก็เพราะเราต้องการหารือกับรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนี้ทั้งหมด เพื่อให้รู้ถึงประโยชน์ของรถยนต์ไฟฟ้า ว่าจะสร้างประโยชน์อะไรให้กับประเทศไทยได้มากเพียงใด ซึ่งเราต้องการเจรจาในเรื่องสิทธิประโยชน์ของรถประเภทนี้ว่ารัฐบาลจะสรุปอย่างไร ทั้งสิทธิประโยชน์ของบริษัทรถยนต์ รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าควรจะได้รับ”

นอกจาก เทคโนโลยีรถ EV แล้ว นิสสันยังมีความสนใจนำเทคโนโลยี เครื่องยนต์ e-power เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอีกด้วย แต่ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนเวลาที่เหมาะสม ทั้งในเรื่องของการสนับสนุนของภาครัฐ และความต้องการของลูกค้า

“สำหรับการดำเนินงานในอนาคตนิสสันคาดการณ์ว่า ในปีงบประมาณ 2561 ของเรา (เดือนเมษายน พ.ศ. 2561 – มีนาคม พ.ศ. 2562) เราคาดว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 950,000 คัน หรือเติบโตขึ้น 5% โดยนิสสัน จะรักษาการเติบโตเท่ากับปีที่ผ่านมาขณะที่ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ทิศทางยังเป็นด้านบวก ส่งผลให้มั่นใจว่ายอดขาย ส่วนแบ่งตลาดและจำนวนการผลิตของนิสสันจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง” มร. บาร์เตสกล่าวปิดท้าย