Home » NEWS » AUTO NEWS » ซูซูกิ มั่นใจ “มีดี” ตั้งเป้าปีนี้ 24,000 คัน ขอแชร์ 3%

ซูซูกิ มั่นใจ “มีดี” ตั้งเป้าปีนี้ 24,000 คัน ขอแชร์ 3%


ซูซูกิ มั่นใจตลาดรถยนต์ขนาดประหยัดพลังงาน หรืออีโคคาร์ ยังไปได้สวย หลังปีที่ผ่านมาสัดส่วนยอดขายรถยนต์อีโคคาร์เกือบ 40% ของตลาดรถยนต์นั่งรวม เดินหน้ารุกตลาดทั้งด้านการขายเปิดตัวสินค้าใหม่ ใส่ออปชั่นเต็มที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ขยายดีลเลอร์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ หวังเป้าขาย 2.4 หมื่นคัน ส่วนแบ่งการตลาด 3%

img_2848-1

วัลภภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด ซูซูกิ ตั้งเป้าปีนี้ขาย 24,000 คัน

ในปีพ.ศ.2559 ที่ผ่านมาซูซูกิ มียอดจำหน่ายทั้งสิ้น 22,913 คัน เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปี พ.ศ.2558 โดยมีส่วนแบ่งการตลาดที่ 3% ซึ่งทางซูซูกิ มองว่าประสบความสำเร็จไม่น้อย เพราะหากมองไปที่ตลาดรถยนต์ในปี 2559 นั้นมีอัตราการเติบโตลดลงถึง 4% แต่ซูซูกิเอง กลับมียอดจำหน่ายเติบโตสวนกระแสอย่างน่าพอใจ และสามารถก้าวขึ้นมาเป็นที่ 3 ในตลาดรถยนต์นั่งอีโคคาร์ โดยเป็นรองเจ้าตลาดอย่าง โตโยต้า และมาสด้า โดยซูซูกิ มียอดจำหน่ายรถยนต์ในกลุ่มอีโคคาร์ทั้งสิ้น 18,785 คัน และเชื่อว่าในอนาคตตลาดรถอีโคคาร์ยังเป็นตลาดที่น่าสนใจ เพราะค่ายรถยนต์ทั้งหลายต่างเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มรถอีโคคาร์ที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการยอมรับของลูกค้ากับรถยนต์อีโคคาร์ทำให้ ซูซูกิ มั่นใจว่าในอีก 1-2 ปีข้างหน้า สัดส่วนรถยนต์อีโคคาร์จะขยับเพิ่มเป็นเกือบ 50% ของตลาดรถยนต์นั่ง

img_2839

สัดส่วนยอดขายรถอีโคคาร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัทซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่าในปีนี้ทางบริษัทตั้งยอดขายไว้ที่ 24,000 คัน เติบโต 4.74% จากตลาดรถยนต์ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 800,000 คันหรือเติบโตประมาณ 4% ซึ่งสาเหตุที่ทางซูซูกิ มั่นใจว่าจะมียอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นเนื่องจาก สภาพเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มดีขึ้น ความเข้มงวดของสถาบันการเงินที่ลดลง ส่งผลให้ลูกค้าได้รับสินเชื่อมากขึ้น และที่สำคัญถึงกำหนดครบวาระการถือครองรถคันแรก ส่งผลให้เจ้าของรถยนต์คันแรกที่มีอยู่มากถึง 1.1 ล้านคันสามารถขายเปลี่ยนมือได้ โดยซูซูกิ คาดว่าจะมีเจ้าของรถยนต์คันแรกประมาณ 10% ที่เปลี่ยนรถใหม่

img_2834

อัตราการเติบโตของรถยนต์แต่ละแบรนด์ในปี 2559

“เราคาดว่าจะมีเจ้าของรถคันแรก 10% ที่เปลี่ยนรถใหม่หรือมีความต้องการกลับมาในตลาดกว่า 1.1 แสนคัน แบ่งเป็นครึ่งหนึ่งที่ซื้อรถใหม่สำเร็จก็พอ ก็คือ 50,000 คัน ที่กลับมาในตลาดซึ่งเราเชื่อว่านี่คือกลุ่มลูกค้าที่จะทำให้ตลาดรถยนต์ในปีนี้โตมากขึ้น และตลาดรถยนต์ที่โตก็จะเป็นตลาดกลุ่มอีโคคาร์เป็นหลัก เห็นได้จากค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ เปิดตัวสินค้าในกลุ่มนี้แทบทั้งสิ้น”

นอกจากนี้ ซูซูกิ ยังเร่งพัฒนาคุณภาพการให้บริการของลูกค้าให้เพิ่มสูงขึ้น โดยจากเดิม ซูซูกิ ได้รับการจัดอันดับให้เป็นแบรนด์อันดับ 4 ที่มีการให้บริการงานขายที่สร้างความพึงพอใจใจโดยรวมสูงสุดในกลุ่มรถยนต์แบรนด์ยอดนิยมเมื่อปี 2559 โดยมีคะแนนต่ำกว่าอันดับ 3 เพียง 1 คะแนนเท่านั้น ซึ่งการจัดอันดับดังกล่าว ซูซูกิ เคยได้คะแนนต่ำสุดคืออันดับที่ 10 เมื่อปี 2558 แต่ซูซูกิ ได้พัฒนาและปรับปรังคุณภาพการขายและให้บริการจนก้าวขึ้นมาเป็นที่ 4 ในเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น และในปีนี้ ซูซูกิ จะพยายามก้าวขึ้นเป็นอันดับ 3 ให้ได้ ประกอบกับจะเร่งขยายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการจาก 104 แห่งในปีที่ผ่านมาเป็น 120 แห่งในปีนี้ อีกด้วย

สำหรับสัดส่วนยอดจำหน่ายซูซูกิ ในปีนี้แบ่งเป็น ซูซูกิ SWIFT 6500 คัน (8,032 คันปี 59) ,CIAZ 11,500 คัน (9,566 คันปี 59) ,CARRY 3,000 คัน (3,228 คันปี 59) ,CELERIO 2,000 คัน (1,187 คันปี 59) และ ERTICA 1,000 คัน (900 คันปี 59) ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปีนี้ รถยนต์หลักของซูซูกิที่จะทำให้ตลาดในปีนี้คือ CIAZ และ SWIFT โดย CIAZ ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดอย่างมาก ขณะที่ SWIFT แม้ว่ายอดจำหน่ายจะลดลงจากปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังเป็นรุ่นที่ซูซูกิ ให้ความสำคัญโดยล่าสุดได้เปิดตัว SWIFT RX-II ซึ่งใส่ออปชั่นเพิ่มความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็น แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย ,ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ,กระจังหน้าใหม่ ,ไฟหน้าใหม่ (HID) ปรับสูงต่ำอัตโนมัติ ในราคาจำหน่ายเดิมคือ 5.99 แสนบาท ส่วนรุ่นอื่นๆ นั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้

img_2846

ขณะที่แผนการส่งออกในปีนี้ซูซูกิ ตั้งเป้าส่งออกไว้กว่า 40,000 คัน แบ่งเป็น ซูซูกิ CELERIO 30,000 คัน ,CIAZ 9,000 คัน , และ SWIFT 500 คัน ขณะที่ปีที่ผ่านมาซูซูกิ ส่งออกประมาณ 35,000 คัน

img_2847-1

แผนส่งออก ซูซูกิ ในปีนี้