Home » NEWS » AUTO NEWS » สนมั้ย!! BMW X7 M50d รถ SUV ที่ใหญ่ที่สุดในตระกูล X กับค่าตัว 8.99 ล้าน!!

สนมั้ย!! BMW X7 M50d รถ SUV ที่ใหญ่ที่สุดในตระกูล X กับค่าตัว 8.99 ล้าน!!


บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศเปิดตัว BMW X7  M50d ใหม่ รถ SUV ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ BMW เคยผลิตมา หวังเจาะกลุ่มครอบครัวไฮโซ ที่ต้องการรถยนต์ที่ตอบสนองการใช้งานได้ในทุกรูปแบบ กับค่าตัว 8.99 ล้านบาท พร้อมเปิดจองอย่างเป็นทางการ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายนนี้ ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี

BMW X7 M50d

BMW X7  M50d ใหม่ นั้นมาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ใหญ่ และโอ่อ่า แต่เส้นสายการออกแบบนั้นถ่ายทอดออกมามาในสไตล์ที่ปราดเปรียว และคล่องตัว เน้นองค์ประกอบของความประณีตและความเรียบง่าย กระจังหน้าทรงไตคู่ทรงแนวตั้งขนาดใหญ่ รวมไปถึงระบบไฟหน้า BMW Laserlight ที่ให้ความสว่างไกลมากถึง 600 เมตร นอกจากนี้ยังใช้ล้ออัลลอย BMW Individual ขนาด 22 นิ้ว ลาย
Y-spoke สวยสะดุดตาจากทุกมุม

บีเอ็มดับเบิลยู X7 M50d ใหม่มีสีภายนอกให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 5 สีคือสีดำ Black Sapphire สีดำ Carbon Black สีขาว Mineral White สีน้ำเงิน Phytonic Blue และสีเทา Arctic Grey Brilliant Effect

BMW X7 M50d

ในต่างประเทศ  BMW X7 มีเครื่องยนต์ให้เลือกหลายรุ่น เริ่มมาตั้งแต่เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ขนาด 3 ลิตร 340 แรงม้า ,เครื่องยนต์เบนซิน 8 สูบ ขนาด 4.3 ลิตร 462 แรงม้า และเครื่องยนต์ดีเซล M Performance TwinPower Turbo 6 สูบ ขนาด 3.0 ลิตร 400 แรงม้า ที่ประเทศไทยนำมาขาย นั่นเอง

โดยเครื่องยนต์ของ BMW X7 M50d นั้นใช้ครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ พร้อมเทคโนโลยี M Performance TwinPower Turbo ที่ส่งพละกำลังสูงสุด 294 กิโลวัตต์ / 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตรที่ 2,000 – 3,000 รอบต่อนาที ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 8 จังหวะ รวมทั้งระบบช่วงล่างแบบถุงลมสามารถปรับระดับอัตโนมัติ คล่องตัวด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive 

และยังเป็นครั้งแรกสำหรับรถ SUV ขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมกับท่อไอเสียในสไตล์ M Sport  เพื่อสร้างเสียงท่อไอเสียให้ดุดัน และสร้างความเร้าใจในการขับขี่ 

BMW X7 M50d

แม้ว่า BMW X7 M50d มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ใหญ่ และโอ่อ่า แต่เส้นสายการออกแบบนั้นถ่ายทอดออกมามาในสไตล์ที่ปราดเปรียว และคล่องตัว เน้นองค์ประกอบของความประณีตและความเรียบง่าย กระจังหน้าทรงไตคู่ทรงแนวตั้งขนาดใหญ่ รวมไปถึงระบบไฟหน้า BMW Laserlight สร้างเอกลักษณ์ให้รถยนต์รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ล้ออัลลอย BMW Individual ขนาด 22 นิ้ว ลาย
Y-spoke สวยสะดุดตาจากทุกมุม ส่งให้บีเอ็มดับเบิลยู X7 ใหม่ ทรงพลังและภูมิฐานมากขึ้น

บีเอ็มดับเบิลยู X7 M50d ใหม่มีสีภายนอกให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 5 สีคือสีดำ Black Sapphire สีดำ Carbon Black สีขาว Mineral White สีน้ำเงิน Phytonic Blue และสีเทา Arctic Grey Brilliant Effect

ขณะที่ ห้องโดยสารภายในของบีเอ็มดับเบิลยู X7 ใหม่นั้น สะท้อนนิยามของความหรูหราสง่างาม ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ ออกแบบให้รองรับเบาะนั่งแบบ 3 แถว จุผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 7 คน โดยทุกที่นั่งสามารถปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า เบาะที่นั่งบุด้วยหนังแท้ Merino เนื้อละเอียดจาก BMW Individual ตกแต่งห้องโดยสารด้วยลายไม้สีดำเงา ห้องเก็บสัมภาระท้ายรถมีปริมาตรความจุ 326 ลิตร และเพิ่มได้สูงสุดถึง 750 ลิตร หรือ 2,120 ลิตร เมื่อพับเบาะแถว 3 และแถว 2 ตามลำดับ 

นอกจากนี้ ความหรูหราในห้องโดยสารนั้นยังเสริมด้วยวัสดุตกแต่งผลึกแก้ว ‘CraftedClarity’ พร้อมชุดไฟ Ambient light ชุดไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร เพดานแบบ Panorama glass roof Sky Lounge ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน และมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ต่างๆ เช่น ระบบ Parking Assistant Plus ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistant รวมถึงระบบบันเทิงและเชื่อมต่อใหม่ล่าสุด เช่น ระบบ BMW Live Cockpit Professional พร้อมจอ Control Display ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบ BMW ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด และระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ซึ่งเป็นระบบผู้ช่วยส่วนตัวที่สามารถรับคำสั่งจากเสียงพูดในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

BMW X7 M50d

จุดเด่นอีกอย่างของ BMW X7 ก็คือ ฟังก์ชั่น Reversing Assistant ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ขับขี่ขณะถอยจอดหรือถอยออกจากที่แคบอัตโนมัติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่งอื่น ๆ ในเซกเมนต์ โดยฟังก์ชั่น Reversing Assistant นี้ เป็นส่วนหนึ่งของระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ Parking Assistant ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถถอยออกจากบริเวณที่มีพื้นที่แคบ เช่น อาคารจอดรถ ทางเลี้ยวเข้า หรือทางตัน ได้อย่างง่ายดายแม้จะมีมุมมองที่จำกัด ซึ่งฟังก์ชั่นนี้จะจดจำองศาการเลี้ยวของพวงมาลัยขณะขับเข้าไปยังพื้นที่แคบได้เป็นระยะทางไกลสูงสุด 50 เมตร ขณะขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

เราสามารถเริ่มใช้งานโดยกดปุ่ม Reversing Assistant ขณะจอดนิ่งที่เกียร์ P หลังจากนั้น รถยนต์จะถอยหลังอัตโนมัติตามเส้นทางที่ขับเข้าไปล่าสุด ผู้ขับขี่จะมีหน้าที่เพียงแค่แตะเบรกหรือคันเร่ง โดยความเร็วในการถอยอัตโนมัติจะอยู่ที่ความเร็วสูงสุด 9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งระบบจะสามารถจดจำองศาการเลี้ยวภายในระยะ 50 เมตรสุดท้ายไว้ได้เป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถแม้กระทั่งถอยออกจากที่จอดรถได้แม้จะจอดทิ้งไว้ข้ามคืนหรือเป็นระยะเวลาหลายวัน

สำหรับผู้ที่จองรถระหว่างวันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน และส่งมอบภายในวันที่ 30 เมษายนนี้ เมื่อซื้อแพคเกจ BSI Ultimate จะได้รับการขยายระยะเวลาบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็น 6 ปี หรือ 120,000 กม. และการรับประกันเพิ่มขึ้นเป็น 6 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และสำหรับผู้ที่จองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอินไฮบริดทุกรุ่น รับฟรีประกันชั้นหนึ่ง เสริมความอุ่นใจในทุกเส้นทางการขับขี่