Home » SPECIAL SCOOP » SPECIAL REPORT » ส่องหลังงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 35 ใครน้ำตาตก ใครยิ้มร่า (1)

ส่องหลังงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 35 ใครน้ำตาตก ใครยิ้มร่า (1)


เก็บฉากปิดม่านไปเรียบร้อยแล้วกับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” ที่หากมองในแง่ของผู้จัดงานต้องยิ้มกันแก้มปริทีเดียวกับยอดจองที่สูงถึง 44,189 คัน แต่ก็มีค่ายรถยนต์บางค่ายน้ำตาตกกับยอดจองที่สะท้อนความเป็นจริงบางอย่างของลูกค้าออกมาให้ค่ายรถทั้งหลายได้รับรู้กัน

โดยภาพรวมของยอดจองรถยนต์ในงานนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 44,189 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.9% โดย 5 อันดับสูงสุดได้แก่ อันดับ 1 HONDA 6,842 คัน อันดับ 2 MAZDA 6,509 คัน อันดับ 3 TOYOTA 5,907 คัน อันดับ 4 ISUZU 4,437 คัน และอันดับ 5 MITSUBISHI 3,619 คัน

เรามาดูกันเลยดีกว่าตัวเลข ยอดจองเหล่านั่นบ่งบอกอะไรให้เราได้รู้บ้าง เริ่มจากยอดจองรถยนต์นั่งกันก่อนเลย

ฮอนด้า แชมป์ มาสด้า รอง ตะลึง!!โตโยต้าร่วงที่ 3

ขยี้ตาแล้วขยี้ตาอีก กับตัวเลขยอดจองรถยนต์ภายในงานนี้ เพราะมันบ่งบอกอะไรหลายต่อหลายอย่างที่เชื่อว่า ผู้บริหารหลายคนต้องเหงื่อตกกันบ้าง

ฮอนด้า ซีวิค ที่ใส่ Honda Sensing มาเต็มตัวครั้งนี้เพื่อรบในตลาดนี้โดยเฉพาะ

ก็ต้องขอปรบมือดังๆ ให้กับค่าย HONDA ที่ภายในงานนี้สามารถกวาดยอดจองขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ของงานนี้ได้ ทั้งๆที่มี product แค่รถยนต์นั่งกับรถ SUV เท่านั้น ด้วยยอดจองมากถึง 6,842 คัน ซึ่งต้องถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ต้องบันทึกกันไว้ว่า เป็นค่ายรถยนต์นั่ง ค่ายแรกที่มียอดจองมากกว่าค่ายรถยนต์แบรนด์อื่นๆ ที่มีรถปิ๊กอัพ จำหน่ายด้วย

ที่ผ่านมาตำแหน่งเบอร์ 1 ของตารางยอดขายสูงสุดของทุกงานแสดงรถยนต์ในเมืองไทย ค่ายรถยนต์ที่มียอดขายสูงสุดจะต้องเป็นค่ายรถยนต์ที่มี product จำหน่ายหลากหลายคือมีทั้งรถยนต์นั่ง รถ SUV และรถกระบะ ถึงสามารถก้าวขึ้นมานั่งแท่นเบอร์ 1 ของตารางได้

แต่….วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป!! ค่ายที่ขายรถกระบะด้วย อย่าง TOYOTA กลับมียอดจองอยู่อันดับ 3 ของตาราง แพ้แม้กระทั่ง MAZDA!!

ตัวเลขยอดจองดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ตลาดรถยนต์นั่งกำลังกลับมามีความสำคัญในตลาดรถยนต์เมืองไทยอีกครั้ง

และเมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียดยอดจองรถยนต์นั่ง ก็พบว่ารถยนต์นั่งที่มียอดจองมากที่สุดไม่ใช่รถยนต์นั่งขนาดเล็ก แต่เป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางอย่าง HONDA CIVIC ที่ในงานนี้ฮอนด้า อัด OPTION Honda Sensing ซึ่งเป็นระบบป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ มาเกือบจะเต็มระบบแล้ว แต่ปรับราคาขึ้นมาแค่ 5,000-20,000 บาทเท่านั้น

มาสด้า3 มียอดจอง 373 คัน

ปรากฏว่าเจ้า HONDA CIVIC ได้รับความนิยมถล่มทลาย ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เล่นเอาคู่แข่งอย่าง MAZDA 3 ใหม่ที่มีฟังก์ชั่นความปลอดภัยเต็มตัวเหมือนกันถึงกับหงอยไปไม่น้อย เพราะหากเทียบแล้ว ออปชั่นความปลอดภัยใน MAZDA 3 ใหม่ นั้นออกจะมากกว่า HONDA CIVIC เสียด้วยซ้ำ แต่ MAZDA3 ใหม่เสียเปรียบที่อยู่ในช่วงปลายอายุขัยแล้ว เลยทำให้ความร้อนแรงหายไปไม่น้อย 

ยอดจองนี้น่าจะเป็นสัญญาณอันดีของ ฮอนด้า ที่ในปี 2562 จะเน้นโปรโมท Honda Sensing อย่างเต็มตัว เพราะใน HONDA ACCORD โฉมใหม่นี้จะมีระบบ Honda Sensing อยู่เต็มรูปแบบทีเดียว

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ที่จะเปิดตัวในไตรมาสแรกปี 62

ขณะที่รุ่นรถยนต์นั่งที่มียอดจองมากที่สุดคือ HONDA CITY รถเล็กหัวใจ 1.5 ลิตร ที่ยังคงความร้อนแรงอยู่อย่างต่อเนื่อง แบบไม่ต้องง้อรถ อีโคคาร์ แต่อย่างใด แถมที่แสบคือมียอดจองแซงหน้า พระเอกคนเก่งของ MAZDA อย่าง MAZDA2 อีกด้วย โดย MAZDA2 มียอดจองเป็นอันดับ

มาสด้า 2

 

ส่วนอันดับที่ 4 ยังคงเป็น HONDA ที่มี HONDA JAZZ รถยนต์ 5 ประตูที่เด่นที่สุดในตลาดแบบไร้คู่แข่งที่มาช่วยสร้างยอดได้อย่างสวยงาม

ฮอนด้า ซิตี้

ขณะที่ อันดับ 5 เป็นของ MG3 แบรนด์ยักษ์ใหญ่จากประเทศจีน ที่วันนี้ยอดขายดีวันดีคืนกับรถรุ่นใหม่ๆ อย่าง MG3 ใหม่นี้ ที่ได้รับการเปลี่ยนโฉม เปลี่ยนเครื่องยนต์และเกียร์ใหม่หมด พร้อมเอาเทคโนโลยี iSMART มาใส่ไว้ด้วย ทำให้ MG3 ดูเด่นไม่น้อยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

MG3 ใหม่

แม้ว่าในช่วงหลังการเปิดตัว MG3 ยอดจองจะไม่เป็นไปตามเป้าที่ฝ่ายบริการ MG ตั้งไว้ เพราะเจอบรรดาขาใหญ่ค่ายญี่ปุ่น ใช้แคมเปญราคาถล่มเสีย MG เสียศูนย์ไปพอสมควร ส่งผลให้ MG ต้องอาศัยเวทีนี้แก้มือให้ได้

และ MG ก็แก้มือได้สำเร็จ เพราะด้วยราคาขายก็ไม่ได้แพงมากนัก ประกอบกับ MG3 เปิดแคมเปญในงานขับฟรี 3 เดือน ทำให้ MG3 เป็นหนึ่งในทางเลือกของลูกค้า และส่งผลต่อยอดจอง MG3 ที่พุ่งขึ้นมาไม่น้อย เรียกเสียงถอนใจให้กับผู้บริหาร MG ได้ไม่น้อย ทีเดียว 

ขณะที่ รถยนต์ค่าย ECO CAR อย่าง SUZUKI ก็กินยอดจองนิ่มๆ ไป 1,805 คันโดยไม่ต้องเหนื่อยโหมโรงแคมเปญอะไรมากมาย

โตโยต้า อัลติส ช่วงปลายโมเดลไม่ช่วยอะไรกับยอดจองโตโยต้าในงานนี้ 

ส่วนค่ายรถยนต์ที่น้ำตาตก ในส่วนตลาดรถยนต์นั่งเห็นทีหนีไม่พ้นค่ายยักษ์ใหญ่ อย่าง TOYOTA ที่ปีนี้ไม่ใช่ปีทองของ TOYOTA แน่ๆ เพราะในปีนี้ TOYOTA แทบจะไม่มีรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ๆ ออกมาเผยโฉมกับลูกค้าชาวไทยเท่าไหร่นัก จะมีก็แต่ CAMRY ใหม่เท่านั้นที่เปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็ไม่เพียงพอจะดันยอดจองรถยนต์นั่งของ TOYOTA ให้ขึ้นมายืนเชิดหน้าชูตาได้มากนัก

จะหวังพึ่งน้องเล็กอย่าง TOYOTA ATIV – YARIS ก็คงไม่ไหว เพราะแม้ว่าจะมีหน้าตาใหม่ แต่ยังใช้เครื่องยนต์รุ่นเก่าอยู่ เหมือนกับ NISSAN NOTE ที่ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนกัน แค่ขายเอาตัวรอดไปแต่ละเดือนก็เหนื่อยแล้ว

โตโยต้า คัมรี่

ก็คงต้องรอให้ถึงปี 2562 ที่ TOYOTA มีแผนเปิดตัว NEW TOYOTA ALTIS ในช่วงครึ่งปีหลัง ก็น่าจะทำให้ TOYOTA หวนกลับมายึดตำแหน่งแชมป์รถนั่งกลับมาไว้ในมือได้อีกครั้ง

ตลาดกระบะเดือด ฟอร์ด พังกำแพง Social ขึ้นที่ 1  ISUZU D-MAX มองตาปริบๆ

ทั้งนี้ จากการรายงานยอดจองรถกระบะภายในงานนั้นมีสัดส่วน 17.2% ของยอดจองรถยนต์ทั้งหมดในงาน โดยลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย (17.9%) โดยยอดจองรถกระบะ 5 อันดับแรก ได้แก่ FORD RANGER, ISUZU D-MAX, MITSUBISHI TRITON, TOYOTA REVO และ NISSAN NAVARA

อั่ยย่ะ!! เห็นยอดจองแล้วต้องบอกว่า อึ้ง!!

ใครจะคิดว่า รถกระบะฟอร์ด จะมียอดจองแซงหน้า เจ้าปู่อย่าง ISUZU D-MAX และ TOYOTA REVO ได้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วจริงๆ

ฟอร์ด เรนเจอร์ กระบะที่ คุ้มค่าที่สุดในวันนี้

ที่ผ่านมา ฟอร์ด เดินหน้าบุกตลาดรถกระบะในประเทศไทยอย่างจริงจัง และทุ่มเทอย่างมาก จะเห็นได้จากการใส่เทคโนโลยีสมัยใหม่มากมายมาไว้ในรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไล่ไปตั้งแต่เทคโนโลยีเครื่องยนต์เทอร์โบ เทคโนโลยีเกียร์สมัยใหม่ เทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่ๆ

เรียกได้ว่า รถกระบะฟอร์ด เป็นรถกระบะที่มีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า ค่ายรถกระบะทุกค่ายในประเทศไทยก็ว่าได้

การใส่เทคโนโลยีที่ทันสมัยใหม่ๆ เข้ามาไว้ใน ฟอร์ด เรนเจอร์ ก็เพื่อสร้างความต่างที่คุ้มค่าให้กับลูกค้า รวมถึงเป็นทางเลือกให้กับลูกค้ารุ่นใหม่ที่ต้องการซื้อรถกระบะที่มีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ใช้งานได้จริงจับต้องได้จริง ไม่ใช่ซื้อรถกระบะจากความเชื่อเดิมๆ ที่ถูกปลูกฝังมาจากคนรุ่นก่อน

แต่การยิ่งมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นปัญหา ของตัวรถก็มีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว แม้ว่าฟอร์ดจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไปแค่ไหนก็ตาม แต่ฟอร์ดก็กลายเป็นรถกระบะแสนร้ายในสังคม Social เมืองไทยอยู่ตลอดเสมอ

แม้ว่าจะถูกโจมตี ใน Social มากแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งที่เป็นความจริงก็คือความจริงว่า ฟอร์ด ให้เทคโนโลยีที่มากกว่ารถกระบะญี่ปุ่น ที่ทำแค่แต่งหน้าทาปาก ไม่มีเทคโนโลยีใหม่ แต่ปรับราคาขึ้นตลอดเวลา

เมื่อทางเลือก มีมากขึ้น ลูกค้ารุ่นใหม่มีมากขึ้น ลูกค้ารู้จักเปรียบเทียบเทคโนโลยี รู้จักเปรียบเทียบความคุ้มค่ามากขึ้น

FORD RANGER จึงกลายเป็นรถกระบะที่ถูกเลือกมากขึ้นนั่นเอง

มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่

เช่นเดียวกับ MITSUBISHI TRITON ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ ที่ก้าวขึ้นมาอยู่เบอร์ 3 ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ กับหน้าตาใหม่ OPTION ที่ใส่มาเต็มไม่น้อย ภายในที่ดูหรูหรามากขึ้นกว่ารุ่นเดิม ก็ทำให้ MITSUBISHI TRITON ยิ้มแก้มปริ ไปได้

ส่วนที่น้ำตาตกในกลุ่มรถกระบะ เห็นทีจะหนีไม่พ้นยักษ์ใหญ่อย่าง ISUZU กับ TOYOTA ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะถูก FORD และ MITSUBISHI แซงไปได้แบบแสนแค้นไม่น้อย แต่จะว่าไปค่ายยักษ์ทั้ง 2 ค่ายก็ไม่มีรถกระบะรุ่นใหม่มาแข่งกับคนอื่นๆ ได้ยอดจองระดับนี้ ก็ถือว่าบุญเก่าที่สร้างมานั้นสุดยอดแล้ว

อีซูซุ แต่งหน้าทาปากอย่างเดียว

รอปีหน้าฟ้าใหม่ว่า ค่ายยักษ์ทั้ง 2 ค่ายนี้จะมีรถกระบะรุ่นใหม่ๆ ออกมาหรือไม่ หรือจะแค่แต่งหน้าทาปาก โปะชุดแต่งเข้าไป แล้วขึ้นราคาขายลูกค้าไปเรื่อยๆ ก็ต้องรอดูไป

แต่ที่ประกาศชัดเจนว่า ต่อจากนี้นี้ ฉันขอเอารถเก่ามา แต่งหน้าทาปากพร้อมโปะชุดแต่งเพิ่ม แต่ลดราคาขายให้อีกนะจ้ะ ก็ต้อง CHEVROLET ที่มียอดจองรวม 712 คัน (รวม TRAILBLAZER) ก็ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อยทีเดียว

เชฟโรเลต โคโลราโด แบล็ก เอดิชั่น ชุดแต่งเพียบ แต่ลดราคาอย่างนี่สิ “แมนจริง”

ขณะที่ NISSAN NAVARA ยังหาทางออกของตัวเองไม่เจอ เน้นแต่ขายเรื่อง Nissan Intelligent Mobility กล้องมองรอบคันอัจฉริยะ อย่างเดียวก็มียอดจองแบบอึดอัดไป คงต้องรอรุ่น MY19 ที่จะเปลี่ยนเครื่องและเกียร์ ที่ใส่ไว้ใน PPV คันเก่งของ NISSAN TERRA เอามาเสริมเพิ่มเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า NAVARA ก็น่าจะทำให้ยอดกระเตื้องขึ้นมาได้

MITSUBISHI PAJERO SPORT แชมป์ SUV ส่วน MG ZS ผงาดที่ 2

ตลาดรถ SUV ก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจ โดย MITSUBISHI PAJERO SPORT ก้าวขึ้นมาคว้ายอดจองเบอร์ 1 ในตลาดนี้ไปได้ ทั้งจากหน้าตาที่สะดุดตา OPTION เพียบ ราคาจับต้องได้

ขณะที่ MG ZS ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง ด้วยหน้าตาที่ไม่ขี้เหร่ แถมขนาดตัวรถที่กว้างขวางไม่น้อย อุปกรณ์ภายในดูดี OPTION แน่นเมื่อเทียบกับราคาค่าตัวที่ต่ำที่สุดในรถระดับเดียวกัน แถมมีระบบ iSmart เต็มระบบ เลยทำให้ MG ZS เป็น SUV “ขวัญใจชาวบ้าน

ขณะที่ HONDA CR-V และ HONDA HR-V กวาดยอดจองเป็นอันดับ 3 และ 4 ตามลำดับกันไป ซึ่งน่าแปลกใจไม่น้อยที่ HONDA HR-V มียอดจองน้อยกว่าพี่ใหญ่อย่าง HONDA CR-V ทั้งที่ราคาต่ำกว่าไม่น้อย นั่นแสดงให้เห็นว่าตลาดยังมีความต้องการใช้รถครอบครัวที่มีความหรูหรา และขับง่าย เน้นสะดวกสบายใช้งานในเมือง

ส่วน FORD EVEREST ไม่ทิ้งลายรถ SUV ที่มี OPTION ด้านความปลอดภัย มากที่สุดในตลาดก็สามารถกวาดยอดจองได้ในอันดับ 5 ยิ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์สินค้าใหม่ๆ ได้ดียิ่งขึ้นหากสินค้านั้นมีคุณภาพที่ดี และมีความคุ้มค่า รวมถึงความสวยงามที่ลูกค้ายอมรับได้

ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์

และเป็นอีกครั้งที่ TOYOTA ต้องน้ำตาตกกับยอดจอง TOYOTA FORTUNER ที่ไม่สามารถก้าวเข้าไปนั่งในใจลูกค้าได้ถึงขนาดที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับทั้ง MITSUBISHI PAJERO SPORT และ FORD EVEREST ถึง 2 แบรนด์

แน่นอนว่า TOYOTA น่าจะมีบทเรียนกับการทำตลาด FORTUNER ที่มีแต่ชุดแต่ง TRD เพียงอย่างเดียวในการกระตุ้นตลอด ซึ่งไม่เพียงพอจะแข่งขันในตลาดนี้เสียแล้ว