Home » @ TRIPS » จับ นิสสัน นาวาร่า แบกน้ำดื่ม 1 ตัน ช่วยน้ำท่วม

จับ นิสสัน นาวาร่า แบกน้ำดื่ม 1 ตัน ช่วยน้ำท่วม


แพ็กน้ำดื่มที่ตั้งอัดแน่นอยู่บนหลังรถกระบะนาวาร่า จำนวน 5 คัน ที่มีกระบะรุ่นใหม่ล่าสุดอย่างรุ่น แบล็ค อิดิชัน รวมอยู่ด้วย จอดเรียงรายกันอยู่ด้านหน้าศูนย์ฝึกอบรม นิสสันที่ถนนบางนา-ตราด ตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อรอความพร้อมที่จะนำน้ำดื่ม อาหารแห้ง และโภคภัณฑ์ที่จำเป็นต่างๆ อีกหลายอย่างมอบให้กับ กาชาดประจำจังหวัดเพื่อส่งมอบแก่ผู้ประสบภัยต่อไป ในจังหวัดสกลนคร ที่ประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่ในรอบ 100 ปี

คาราวาน นิสสัน ช่วยน้ำท่วม

คาราวาน นิสสัน ช่วยน้ำท่วม

กิจกรรมความช่วยเหลือครั้งนี้ แม้จะไม่ได้เป็นคาราวนที่ใหญ่โตอลังการ แต่เรารู้ได้ว่าเป็นคาราวานความช่วยเหลือที่เต็มไปด้วยน้ำใจ เพราะระหว่างที่เรากำลังรอเคลื่อนขบวนออกในเวลาประมาณ 8.30 น. เรายังได้รับการบริจาคน้ำดื่มจาก พนักงานโรงงานนิสสันที่ไปซื้อน้ำจาก “เงินส่วนตัว” มาให้กับทางคาราวานอีกจำนวนไม่น้อย และยังได้รับเงินบริจาคจาก พนักงานในส่วนของโรงงานที่ไปรวบรวมกันมาเพื่อฝากเราไปบริจาคให้กับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมไปถึง แม่บ้าน พนักงานทำความสะอาด ก็เดินมาบอกกับทีมงานว่า

“ขอบใจน่ะที่ไ่ปช่วย ป้าไม่มีกำลังจะไปช่วยอะไร เห็นข่าวแล้วก็สงสาร ป้าขอช่วยยกน้ำ หรือยกของขึ้นรถได้มั้ย จะได้มีส่วนช่วยพวกที่เขาเดือดร้อน บ้านป้าก็อยู่ต่างจังหวัด เข้าใจหัวอกคนต่างจังหวัดด้วยกัน” แค่คำพูด และการแสดงออกของ พนักงานนิสสันที่ไม่ว่าจะเป็นระดับไหน แต่ “น้ำใจเราเท่ากัน” ก็สร้างความตื้นตันให้กับ คณะคาราวานไม่น้อย

อย่างพวกเราชาวสื่อมวลชนที่เดินทางไปในทริปนี้ก็ขอใช้ “แรง” ในการขับรถไปกลับด้วยระยะทางเกือบ 2,000 กิโลเมตร เพื่อช่วยให้ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงตามที่ทุกคนต้องการแบบ “ได้บุญ” กันถ้วนหน้า

คาราวาน นิสสัน ช่วยน้ำท่วม

เดินทางร่วม 10 ชั่วโมง

งานนี้ มร. อันตวน บาร์เตส กรรมการผู้จัดการใหญ่ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย บอกว่า นิสสันอยู่เคียงข้างประเทศไทยกว่า 65 ปี หรือตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 เป็นต้นมา โดยนิสสันยังคงมุ่งมั่นจะสร้างความพึงพอใจอย่างสูงสุดให้กับลูกค้า และเมื่อประเทศไทยมีภัยพิบัติเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นิสสันจึงได้พยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแก่ผู้ประสบภัยที่กำลังอยู่ในภาวะฟื้นตัว ในหลายๆ ด้าน เช่น ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) บริจาคเงิน 300,000  บาท เพื่อส่งมอบให้รัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา

ส่วนการดูแลลูกค้านิสสันในพื้นที่ประสบภัย  บริษัทฯ มอบส่วนลด 30% สำหรับค่าอะไหล่ ผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์และน้ำมันหล่อลื่น และสำหรับคาราวานนี้ มาจากจิตอาสาของพนักงานนิสสันที่ช่วยกันระดมทุนทรัพย์ และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น และน้ำดื่มจำนวน 10,000 ขวด ให้แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยาก และสภากาชาดไทย เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และอาสาสมัครในพื้นที่น้ำท่วมต่อไป

“อุทกภัยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เราไม่เพียงแต่เห็นความจำเป็นที่ต้องช่วยเหลือพี่น้องคนไทยอย่างเร่งด่วนเท่านั้น แต่นิสสัน พนักงาน และพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่านต้องการตอบแทนน้ำใจที่ผู้บริโภคชาวไทยมีให้เรามาโดยตลอด” นาย บาร์เตส กล่าว

หลังจากแสงแดดเริ่มร้อนระอุมากขึ้นเรื่อยๆ เราแบ่งสรรสิ่งของจำเป็นกระจายไปกับรถกระบะ นาวาร่า กระบะพันธุ์แกร่ง ทุกคันอย่างเท่าเทียมกันแบบว่าแน่นเอียดเต็มทุกพืื้นที่กระบะหลัง และยังลามมาถึงเบาะนั่งโดยสารด้านหลังอีกด้วย เรียกว่ามีที่นั่งกันแค่เบาะหน้ากันเท่านั่้นละครับ เบาะหลังอย่าหวังวางได้แค่กระเป๋าเสื้อผ้าเท่านั้น

หึ….คราวนี้หล่ะจะขอถือโอกาสทดสอบประสิทธิภาพความแข็งแกร่งของ แชสซีส์ กระบะนาวาร่า ว่าจะแน่จริงแค่ไหน กับการบรรทุกสิ่งของต่างๆ น้ำหนักรวมมากกว่า 2 ตัน กับการเดินทางกว่า 700 กิโลเมตร มุ่งหน้าสู่ จ.สกลนคร ที่ไม่ใช่แค่ทางราบอย่างเดียว แต่เราต้องขับผ่านภูเขาสูงชันแห่งเทือกเขาภูพานอีกด้วย

สำหรับขบวนคาราวานครั้งนี้ ทางนิสสัน เตรียมนาวาร่า หลายรุ่นมาให้ขับทั้ง นาวารา สปอร์ตเทค (Sportech Edition) ที่ตกแต่งด้วยแอร์โรพาร์ทรอบคัน เน้นความเป็นสปอร์ต  มีห้องโดยสารที่กว้าง เสริมความหรูสไตล์สปอร์ตด้วยเบาะหนังไฟฟ้าสีทูโทนปรับได้ 8 ทิศทาง 

ขณะที่ นาวารา แบล็ค อิดิชัน (Black Edition) มาแบบมาดเข้ม เหมือนพระเอกหนังไทย ที่ตกแต่งให้เข้มแกร่งแตกต่างจากเดิม ด้วยชุดแต่งรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ LED สีดำ, กระจังหน้าสีดำ, กรอบไฟตัดหมอกสีดำ, กระจกมองข้างและมือจับประตูสีดำ,  บันไดข้างสีดำ, กันชนหลังสีดำ และเสาอากาศแบบ Shark Fin สีดำ* (*สำหรับรุ่น Double Cab) ด้านข้างยังมีลวดลายกราฟิตี้ดีไซน์สีดำพร้อมสัญลักษณ์ Black Edition และล้ออัลลอยด์สีดำขนาด 18 นิ้ว  ชุดแต่งซุ้มล้อสีดำขนาดใหญ่ มาพร้อมฟังก์ชั่นควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)  เป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน Black Edition ทุกรุ่น

คาราวาน นิสสัน ช่วยน้ำท่วม

นาวาร่า แบล็ค เอดิชั่น ทั้งหล่อ แข็งแกร่ง 

ซึ่งนาวาร่า รุ่นที่ผมได้รับมอบหมายให้เป็นสารถี คือ นาวารา แบล็ค อิดิชัน รุ่นล่าสุด ที่กำลังเป็นที่กล่าวขวัญถึงของบรรดาแฟนๆ นาวาร่า ไม่น้อย เห็นได้จากเวลาจอดรถพักตามจุดต่างๆ จะมีแฟนคลับ ของกระบะ นิสสัน นาวาร่า เดินเข้ามามอง เข้ามาถามถึงเจ้า นาวาร่า รุ่นใหม่นี้อยู่ตลอดเวลา เล่นเอาทีมงานนิสสัน ยิ้มแก้มปริไปตามๆ กัน

การเดินทางไกลๆ พร้อมน้ำหนักบรรทุกขนาดนี้่ ต้องขับกันแบบไปเรื่อยๆ ซิ่งมากไม่ได้ จะมุดซ้ายมุดขวา คงจะไม่เหมาะ เราขับกันไปแบบคาราวานกันจริงๆ ความเร็วก็อยู่ที่ 120-140 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ต้องขับกันด้วยความระมัดระวังกันไม่น้อยทีเดียว การจะเบรกกระทันหัน หรือหับหลบอะไรแบบปุ๊ปปั๊ป เป็นสิ่งที่ควรจะต้องหลีกเลี่ยง

คาราวานเราเดินทางกันแบบเรื่อยๆ เมื่อยเมื่อไหร่ก็พักทานกาแฟ นั่งคุยกัน เข้าห้องน้ำห้องท่า ระหว่างที่ขับก็เปิดเครื่องเสียงฟังกันไปเรื่อยๆ ห้องโดยสารขนาดใหญ่ ทำให้เราไม่รู้สึกอึดอัดกับการที่ต้องเดินทางไกลด้วยรถกระบะ 4 ประตูอีกต่อไป

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในรถก็มีมาเหมือนกับรถยนต์นั่งระดับหรูๆ แล้วครับ ทั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ที่เวลาเราจะทำอะไรกับเครื่องเสียง ก็กดปุ่มที่พวงมาลัยได้เลย หรือจะเชื่อมต่อเพลงจากโทรศัพท์มือถือของเราเข้ากับเครื่องเสียงของรถก็ทำได้ง่ายๆ ฟังเพลงกันสบายใจเลยครับ ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแยกซ้ายขวา ช่องแอร์ด้านหลังสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กล้องมองหลังก็มีมาให้ ก็ปลอดภัยดีครับ แต่อยากให้ภาพมันคมกว่านี้หน่อยจะได้มองภาพด้านหลังแบบสบายตา

คาราวาน นิสสัน ช่วยน้ำท่วม

นิสสัน นาวาร่า สปอร์ตเทค ก็มาช่วยด้วย

ผมว่าเดี๋ยวนี้ รถกระบะ 4 ประตู กลายเป็นรถยนต์สารพัดประโยชน์จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการบรรทุกสิ่งของ และการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งจากภารกิจนี้ผมบอกได้เลยว่าเจ้านาวาร่า 4 ประตูนี้ ตอบโจทย์ของพวกผมได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งขับท่องเที่ยว บรรทุกส่ิงของแบบเพียบแปร้อย่างนี้

เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร DOHC แบบ 4 สูบแถวเรียง 190 แรงม้า สำหรับรุ่นสปอร์ตเทค และ 163 แรงม้า สำหรับรุ่น แบล็ค อิดิชัน โดยมีระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ช่วยเพิ่มพละกำลังของเครื่องยนต์ และยังมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ทำให้การเดินทางเป็นไปแบบชิล ชิล น้ำหนักรถกว่า 2 ตัน ไม่ได้เป็นปัญหาต่อการขับอะไร แม้ว่าจะต้องขับขึ้นเส้นทางชันๆ และโค้งโหดๆ บนเทือกเขาภูพานก่อนจะถึงสกลนคร เราก็ผ่านไปได้

ขบวนเรามาถึง จ.สกลนคร ช่วงพระอาทิตย์เริ่มที่จะหมดแสง แต่ระหว่างที่เรามา เรายังเห็นปริมาณน้ำเต็ม 2 ฝั่งของลำน้ำต่างๆ ทำให้เรารู้ว่าสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ร้ายแรงกว่าที่เราเห็นผ่านจอโทรทัศน์มากมายนัก

คราบน้ำยังคงปรากฏอยู่ทั่วเมืองสกลนคร แม้ว่าในวันนี้น้ำจะแห้งไปแล้วก็ตาม แต่เรายังเห็นร่องรอยของความเสียหายอยู่พอสมควร ร้านขายของบางร้านยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ รวมถึงโรงแรมบางแห่งที่ต้องปิดปรับปรุง

ช่วงค่ำคืนนั้น เราพึ่งท้องกับร้านเนื้อกระทะชื่อดัง เพื่อลิ้มลองเนื้อวัวโพนยาคำ เนื้อวัวชื่อดังที่มีภูมิลำเนาการเลี้ยงอยู่ที่สกลนคร และแพร่หลายกลายเป็นวัตถุดิบชื่อดังระดับประเทศไปแล้ว ซึ่งเราถามไปที่ สหกรณ์โพนยางคำสถานที่เลี้ยงวัวเนื้อโพนยางคำ ปรากฏว่าไม่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในครั้งนี้ ก็ถือเป็นข่าวดีของพวกรักเนื้อทั้งหลายก็แล้วกัน

หลังทานอาหารค่ำกันอย่างแบบเต็มพุงกันไปแล้ว ก็ถึงเวลาพักเหยียดแข้งเหยียดขากันหลังจากที่ใช้ต้องหลังขดหลังแข็งขับรถมากว่า 10 ชั่วโมงกันเสียที

คาราวาน นิสสัน ช่วยน้ำท่วม

มอบให้ถึงมือ กาชาดจังหวัดสกลนคร

ผมรู้สึกว่าหลับตาไปแค่แว่บเดียวเท่านั้น เสียงนาฬิกาปลุกก็ส่งเสียงโวยวาย เลยต้องฝืนลืมตาขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า และเมื่อถึงเวลานัด คาราวานนิสสัน ก็เดินทางไปกาชาดจังหวัดสกลนคร เพื่อมอบน้ำดื่มและของจำเป็นทั้งหลายให้กับทางสภากาชาดเพื่อนำไปช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนต่อไป แต่ระหว่างที่เราช่วยกันยกน้ำ ยกของลงจากรถทางกาชาดจังหวัดสกลนคร ก็บอกว่ายังมีอำเภอที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมอยู่อีก และน้ำยังลดลงไปไม่เท่าไหร่ ทำให้ทางเราคิดว่าน่าจะนำน้ำดื่มบางส่วนลงไปบริจาคให้กับชาวงบ้านในพื้นที่กันไปเลย เพื่อลดภาระของทางกาชาด

คาราวาน นิสสัน ช่วยน้ำท่วม

ขับมาแล้ว ช่วยยกลงด้วย นิสสัน Xtrail ก็มาช่วยขนน้ำด้วยเช่นกัน

และบ้านท่าแร่ คือจุดหมายที่เราจะนำน้ำดื่มอีก 1 คันรถไปบริจาคให้กับชาวบ้าน บ้านท่าแร่  ซึ่งเป็นชุมชนคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีชาวคริสต์กว่า 8,000 คนในหมู่บ้านนี้หรือกว่า 99% ของประชากรทั้งบ้านท่าแร่ บ้านท่าแร่ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอย่างมากเพราะที่นี่เป็นชุมชนโบราณ ตั้งมาตั้งแต่ปี 2427 มีบ้านทรงยุโรปโบราณให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัส รวมทั้งมีโบสถ์คริสต์อายุอานามหลายสิบปีอยู่ไม่ใช่น้อย

คาราวาน นิสสัน นาวาร่า ช่วยน้ำท่วม

ถึงเวลาลุย ไม่มีปัญหากับนาวาร่า ไม่ว่ารุ่นไหน

เมื่อได้รู้ข่าวเช่นนั้น คาราวานของเราตัดสินใจขับรถไปอีก 60 กิโลเมตร เพื่อนำน้ำไปบริจาคให้กับชาวบ้านทันที และเมื่อเราไปถึงที่บ้านท่าแร่ บางเส้นทางยังถูกน้ำท่วมสูงอยู่ไม่น้อย ชาวบ้านอีกหลายครัวเรือนยังต้องอพยพมาตั้งแต๊นท์กันอยู่บนที่สูง ทำให้เราตัดสินใจนำน้ำที่เหลือทั้งหมดมอบไว้ที่ “โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล” เพราะที่นี่เป็นศูนย์กลางการช่วยเหลือประชาชนในครั้งนี้เช่นกัน

ขับมาแล้ว ช่วยยกลงด้วย นิสสัน Xtrail ก็มาช่วยขนน้ำด้วยเช่นกัน

เมื่อน้ำขวดสุดท้ายถูกยกลงจากท้ายกระบะ นิสสัน นาวาร่า รอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเราก็ปรากฏขึ้นพร้อมๆ กัน มันเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภูมิใจที่ พวกเรา และ นิสสัน มีโอกาสมาช่วยเหลือพี่น้องคนไทย ตามกำลังของพวกเรา 

คาราวาน นิสสัน นาวาร่า ช่วยน้ำท่วม

มอบน้ำที่เหลือทั้งหมด ให้กับตัวแทนของโบสถ์ ที่บ้านท่าแร่

และทำให้รู้ว่า ความแข็งแกร่งของ นิสสัน นาวาร่า นั้นเป็นความแข็งแกร่ง ที่มี “ค่า” กับคนไทยยามที่ต้องเจอกับความลำบากมากแค่ไหน

นี่ถือเป็นการ “ทดลองขับรถ” ที่มีประโยชน์มากที่สุดครั้งหนึ่งของผมก็ว่าได้

ขอบคุณน่ะ นิสสัน นาวาร่า ที่วันนี้ทำให้ผมรู้แล้วว่า กระบะพันธุ์แกร่ง ตัวจริงนั้นเป็นอย่างไร

 

คาราวาน นิสสัน นาวาร่า ช่วยน้ำท่วม

สิ้นสุดภารกิจ

คาราวาน นิสสัน นาวาร่า ช่วยน้ำท่วม

ขอสวยๆ สักภาพ ที่หน้า “โบสถ์อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล”