Home » WE TEST » FIRST DRIVE » ลองของ C250 Coupe AMG Dynamic แรง หรู เกือบคู่ความสบาย

ลองของ C250 Coupe AMG Dynamic แรง หรู เกือบคู่ความสบาย


by นิธิ ท้วมประถม

c-250-coupe-amg-dynamic_silver_running-6-copy

C250 Coupe AMG Dynamic

เบาะหนังสีแดงแบบสปอร์ตที่ให้ความรู้สึกทั้งนุ่มสบาย แต่แฝงไว้ด้วยความดุดันของ Mercedes Benz C250 coupe AMG Dynamic ที่ผมกำลังนั่งอยู่ในตอนนี้ กำลังทำหน้าที่ support ตัวผมอย่างเต็มที่ เมื่อตัวเลขความเร็วที่ปรากฏอยู่บนกระจกหน้าขึ้นไปเกินกว่า 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในช่วงเวลาสั้นๆ บนถนนที่การจราจรขวักไขว่ไปหมด

c-250-coupe-amg-dynamic_grey_running-7-copy

ด้านหลัง มีสไตล์ ตามรูปแบบรถ Coupe

ใช่แล้วครับ ผมกำลังอยู่หลังพวงมาลัยรถยนต์ที่ขับสนุกที่สุดคันหนึ่งในโลก นั่นก็คือ Mercedes Benz C250 Coupe AMG Dynamic รถ 2 ประตูขนาดเล็กในกลุ่ม Compact Car ของค่ายรถตราดาวที่ใครหลายต่อหลายคนใฝ่ฝันอยากจะครอบครอง ด้วยรูปร่างหน้าตาที่โฉบเฉี่ยวทันสมัย ขนาดภายนอกกระทัดรัด ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป สมรรถนะเครื่องยนต์ที่ไม่เป็นรองใครและที่สำคัญคือ เทคโนโลยีที่ “โคตรฉลาด” อัดแน่นเต็มคันก็น่าสนใจไม่น้อย

Mercedes Benz C250 Coupe AMG Dynamic จะน่าขับหรือไม่ น่าซื้อไว้ครอบครองหรือเปล่า มีจุดด้อยอะไรที่ผมไม่ชอบ ตามมาได้เลยครับ แล้วผมจะเล่าให้ฟัง!!

p1070256-copy

เริ่มที่หน้าตาของ Mercedes Benz C250 coupe AMG Dynamic กันก่อนดีกว่า เรื่องของหน้าตานั้น ก็นานาจิตตังแล้วครับ ใครจะว่าสวย ใครว่าไม่สวย ก็แล้วแต่รสนิยม เรื่องนี้ตัดสินกันไม่ได้ เหมือนเวลาเรามองผู้หญิงนั่นแหล่ะครับ บางคนชอบมองผู้หญิงตัวเล็ก หุ่นสะบึ้ม ว่าสวย บางคนว่าผิวขาว สาวหมวย นั่นแหล่ะคือสวย แต่ขณะที่บางคนว่า ต้องตาดำ ผิวคล้ำ ตาเข้ม คือสุดยอดความสวย ก็ว่ากันไปแล้วแต่ความชอบละกัน

ผมเอง มองว่าเจ้า C250 Coupe AMG Dynamic นี้สวยน่ะ แต่สวยแบบเท่ๆ เฉี่ยวๆ แบบวัยรุ่น ผมสั้น กระโปรงสั้น ใส่ส้นสูง ขาเรียวยาว ว่ากันไปแบบนั้น แบบที่เรียกว่า “ดูดีๆแล้วมีสเน่ห์เหลือเกิน” ก็จะไม่ให้มีสเน่ห์ยังไงละครับ ก็ C250 Coupe AMG Dynamic เค้าแต่งหน้าจัดกว่า C250 Coupe Sport อยู่ไม่น้อยนะ ที่พอมองปร๊าดเดียวก็รู้แล้วว่า “ฉันไฮโซ!! กว่าเธอย่ะ”

p1070244-copy

กระจังหน้าแบบ Diamond Grill เอกลักษณ์ของ C250 Coupe AMG Dynamic 

เริ่มตั้งแต่ กระจังหน้าของ Mercedes Benz C250 Coupe AMG Dynamic ที่เป็นแบบ Diamond Grill สีเงินเงางาม ไม่ได้เป็นสีดำเหมือนของรุ่น Coupe ธรรมดา ตามมาด้วยเสื้อผ้ารอบคันที่แสดงความเป็น AMG ไม่ว่าจะเป็น กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง AMG ชายล่างและกันชนท้าย (diffuser) แบบสปอร์ต

และถ้ามองต่ำลงไปถึงรองเท้าแม้ว่า size รองเท้าของนางจะเท่ากันคือ 19 นิ้ว แต่ลายรองเท้าไม่เหมือนกันน่ะจ้ะ C250 Coupe AMG Dynamic เป็นล้ออัลลอยด์ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ multi-spoke แถมยังมีดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน กับสัญลักษณ์ Mercedes Benz บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า บ่งบอกถึงความเหนือกว่า แบบปรายตามองคนอื่นแบบเยาะๆ ได้เลย

p1070311-copy

ยางขอบ 19 นิ้ว แม็กซ์สวยแค่ไหนดูเองครับ

เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสาร สิ่งแรกที่สะกดสายตาคือ เบาะหนังทรงสปอร์ตสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกเลยว่าฉันแรงงงง น่ะแต่ความเป็นจริงแล้ว เครื่องยนต์ของ C250 Coupe AMG Dynamic กับรุ่น C250 Coupe Sport คือเครื่องยนต์ตัวเดียวกันแท้ๆ คือเครื่องเบนซิน 2.0 ลิตรทวินเทอร์โบ มีฝูงม้าเท่ากันเป๊ะที่ 211 ตัว ทำให้เรารู้ว่า หากต้องการความแรงของเครื่องยนต์นั้น 2 รุ่นนี้ไม่มีความต่างกัน ทั้งแรงม้าและแรงบิด รวมถึงอัตราเร่งด้วย

p1070282-copy

คอกม้า 211 ตัว

กลับมาที่ภายในห้องโดยสารเราเหมือนเดิมดีกว่า เบาะแดงๆ จะไว้ใจได้ก่าาา เอ้ยยย ไม่ใช่ เบาะหนังสีแดงนี้ให้ความกระชับและนุ่มนวลไปในตัว จุดนี้ผมชอบครับ นั่งสบายดีไม่เมื่อย มือเอื้อมไปจับพวงมาลัยหนังมัลติฟังก์ชั่นทรงสปอร์ตแบบท้ายตัด ก็ดูเท่ดีไม่น้อยแต่ถ้าเป็นรุ่น C250 Coupe Sport พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นเหมือนกันแต่เป็นทรงกลมแบบปกติ

c-250-coupe-amg-dynamic_silver_interior-2-copy

แดงร้อนแรงกันไป กับเบาะหนังแท้นุ่มๆ 

เหลือบตามามองที่คอนโซลหน้าบอกได้เลยว่าเรียบหรู ดูดี ตามสไตล์ Mercedes Benz แถมจอแสดงผลขนาด 8 นิ้วตรงคอนโซลกลางเหมือนกับเราตั้ง i-pad ไว้หน้ารถเลย ซึ่งเจ้าจอนี้จะทำหน้าที่แสดงข้อมูลต่างๆ ในรถได้ครบนะ

c-250-coupe-amg-dynamic_silver_interior-1-copy

ภายในหรู เรียบ มีสไตล์ สังเกตพวงมาลัยท้ายตัดนะครับ เอกลักษณ์เฉพาะรุ่น AMG Dynamic 

รวมถึงเป็นจอภาพเมื่อเราเข้าเกียร์ถอยหลัง จอนี้จะแสดงมุมมองรอบคันเวลาเราถอยหลังแบบชัดแจ๋วแบบ HD เลยครับ ผมว่าเราไม่มีทางเฉี่ยว ทางชนอะไรได้เลยถ้ามองจอนี้ดีๆ เสียอย่างเดียวจอมองภาพแบบ 360 องศานี้จะมีแต่ในรุ่น C250 Coupe AMG Dynamic เท่านั้น ส่วนรุ่น C250 Coupe Sport นั้นจอจะแสดงภาพแค่มุมมองด้านหลังเท่านั้นเวลาถอยหลัง แต่แค่มุมมองด้านหลังก็เพียงพอแล้วนะสำหรับผม แต่ถ้ามีรอบคันได้ก็ดีครับ อย่างเท่แถมปลอดภัยอีกต่างหาก อ้อๆๆที่สำคัญ C250 Coupe AMG Dynamic จะมีจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้าด้วย

p1070273-copy

จอภาพแสดงเวลาถอยหลัง มุมมองรอบคัน 360 องศา

เหลือบมองไปบนหลังคาสำหรับ C250 Coupe AMG Dynamic จะเป็นแบบ panoramic sunroof หรือพูดง่ายๆ ก็คือหลังคาแก้วแต่ไม่ต้องกลัวนะครับ เพราะหลังคาแก้วของ Mercedes Benz นั้นกรองแสงมาอย่างดี แถมยังมีม่านรองใต้หลังคากระจกเอาไว้เวลาเลื่อนเปิดปิด เพื่อชมแสงแดด แสงพระจันทร์ แล้วแต่จะสร้างบรรยากาศกันไปเลย ซึ่งหลังคานี้เปิด-ปิด อัตโนมัตินะครับเท่ไป ส่วน C250 Coupe Sport หลังคาธรรมดาไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอะไร

p1070257-copy

หลังคา พาโนรามิก

p1070267

มองจากด้านใน ไม่ร้อนนะครับ

ขณะที่ความกว้างขวางภายในก็ใหญ่พอตัวนะครับ เพราะรุ่นนี้มีขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้นในทุกมิติ ตั้งแต่ฐานล้อที่กว้างขึ้น 80 มม.ส่งผลให้ตัวถังรถยาวกว่ารุ่นเดิมตั้ง 95 มม. ทำให้ขนาดห้องโดยสารของ C250 Coupe กว้างขวางเอาการ รวมไปถึงพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังที่มีขนาดใหญ่ถึง 400 ลิตร ใส่กระเป๋าเดินทาง 2 ใบใหญ่ได้สบายๆ

c-250-coupe-amg-dynamic_silver_interior-3-copy

จำนวนที่นั่ง 4 ที่นั่งของ C250 Coupe นั้นนั่งได้จริงครับ ผมลองย้ายไปนั่งตำแหน่งผู้โดยสารตอนหลัง ก็นั่งได้ครับเข่าไม่ชิดกับเบาะหน้า ไม่อึดอัดอะไร แต่ก็ไม่สบายเท่าไหร่เพราะพนักพิงเบาะหลังค่อนข้างจะชันไปหน่อย ซึ่งก็เป็นธรรมดาของรถ 2 ประตูครับ ที่ไม่ค่อยเน้นความสบายของผู้โดยสารตอนหลังเท่าไหร่ ใครต้องนั่งหลังก็ทนหน่อยละกัน แต่ยังดีมีช่องแอร์หลังมาให้

การเข้าออกเบาะผู้โดยสารด้านหลังทำได้ไม่ยาก เพียงแค่ดึงก้านเลื่อนเบาะที่อยู่บริเวณขอบด้านบนของเบาะหน้า แล้วยืนรอเท่ๆ ให้เบาะหน้าไฟฟ้าเลื่อนเบาะมาด้านหน้าโดยอัตโนมัติให้เรามุดเข้าออกได้โดยไม่ต้องออกแรงเลื่อนเบาะเอง

C250 Coupe AMG Dynamic

 

p1070310-copy

ปุ่ม Start-Stop

มาพูดถึงการขับขี่กันบ้างดีกว่า หลังกดปุ่มสตาร์ทรถ ก็ต้องหงุดหงิดกับความยากที่ต้องเอี้ยวตัวไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาด เล่นเอาเอวเคล็ดขัดยอกไปไม่น้อย ยิ่งถ้าต้องขึ้นๆลงๆ รถแล้วต้องคาดเข็มขัดบ่อยๆ ละก็ได้บริหารเอวกันเพลินไปเลยละครับ อ้อ….ลืมบอกไป รถคันที่ผมขับนั้นไม่มีระบบนี้ครับ แต่หากเป็นรุ่นที่ขายไม่ว่าจะเป็น CBU หรือ CKD จะมีระบบแขนยื่นเข็มขัดนิรภัยมาให้คนขับถีงข้างๆ ไหล่ครับ ไม่ต้องเอื้อมให้เมื่อยเอวเหมือนผม 

ทันทีที่สตาร์ทเครื่องยนต์ และลองขับในช่วงแรกที่อยู่ในเมืองก็ต้องบอกว่า ขับง่ายดีครับ พวงมาลัยน้ำหนักเบาดีที่ความเร็วต่ำ โหมดการขับมีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่โหมด ECO ,COMFORT ,SPORT ,Sport+ และ INDIVIDUAL  ทำให้รถคันนี้มีหลายบุคลิกภาพในตัวเอง อยากขับแบบประหยัดก็ ECO ครับ โหมดนี้รถจะอืดนิดๆ เหยียบคันเร่งหนักหน่อยกว่ารถจะพุ่ง แอร์ก็ไม่ค่อยฉ่ำเท่าไหร่ ส่วนตัวแล้วผมว่าโหมด COMMFORT กำลังดีครับ ขับสบายๆ รถไม่กระชากมากนัก เวลาเหยียบคันเร่ง ช่วงล่างก็ยังไม่กระด้างมากนัก แต่บอกได้เลยว่าช่วงล่างค่อนข้างแข็ง ถ้าอยากได้ช่วงล่างนุ่มๆละก็ ผ่านคันนี้ไปได้

p1070301-copy

ปุ่มปรับโหมดการขับอยู่ด้านขวาของคอนโซลเกียร์ จัดไปอยากขับแบบไหน

แต่ถ้าคุณต้องการความแรง ความดุดัน ปรับโหมดการขับมาที่ SPORT คุณจะได้รถอีกคันมาไว้ในครอบครองทันที ฝูงม้าทั้ง 211 ตัวพร้อมวิ่งทันที หลังติดเบาะตั้งแต่เริ่มออกตัวแล้วละครับ เตรียมตัวเตรียมใจกับการกระชากของเครื่องยนต์ในทุกครั้งที่คุณเหยียบคันเร่ง เอาเป็นว่าแตะคันเร่งเมื่อไหร่ หลังติดเบาะเมื่อนั้น รวมถึงช่วงล่างที่จะแข็งขึ้นมาทันตาเห็น เพื่อรองรับความแรงของเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้น

หรือหากมั่นใจในฝีมือการขับของตัวเองก็ Sport+ ไปเลย โดยเมื่อรถเข้าสู่โหมด Sport+ แล้ว ระบบคอมพิวเตอร์จะพร้อมใจยกการขับขี่ให้ผู้ขับได้ควบคุมรถด้วยตัวเองอย่างเต็มที่ มีฝีมือเท่าไหร่จัดไป ระบบเกี่ยวกับการทรงตัวทั้งหลายจะถูกยกเลิกการทำงานทันที ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณแล้วครับ ถ้ามีทักษะการขับแบบเทพชอบแก้อาการของรถที่เสียการทรงตัวอย่าง “หน้าดื้อ” โค้ง หรือรถหลุดออกจากโค้ง ก็ไม่มีปัญหา แต่หากต้องการแค่ขับสนุกแค่เร่งแซงปรู๊ดปร๊าด มุดไปมุดมา ผมขอแนะนำโหมด Sport พอครับ 

ส่วนตัวแล้วผมว่า โหมด SPORT ใช้แค่ตอนที่ต้องการ “ซิ่ง” ในช่วงเวลาไม่นาน กดคันเร่งแล้วมุดไปมุดมา ระยะทางสักประมาณไม่เกิน 100 กม.พอให้สนุก พอให้ตื่นเต้นก็พอครับ เพราะมันต้องแลกกับอัตราการสิ้นเปลืองที่เพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ช่วงล่างที่แข็งมากขึ้น ความกระชากของเครื่องยนต์ บอกได้เลยว่าไม่สบายแน่ๆ แต่สนุกแน่นอน แต่หากขับโหมดนี้ไปนานๆ เหนื่อยเหมือนกันนะครับ

p1070290-copy

แป้นเกียร์หลังพวงมาลัย ปรับแค่นี้ก็ “ซิ่ง” ได้แล้ว

ส่วนการใช้งานทั่วไปอยู่ในโหมด COMFORT ก็พอ หากต้องการเร่งแซงก็แค่ปรับเปลี่ยนเกียร์ที่อยู่ตรงหลังพวงมาลัยให้สัมพันธ์กับความเร็ว แค่นี้ก็พอแล้วรถไม่กระชากด้วย ช่วงล่างก็แข็งกำลังดี ไม่ถึงขนาดกระด้างอย่างโหมด SPORT ความเร็วไม่ต้องพูดถึงเพราะความเร็วสูงสุดทำได้ 250 กม./ชม. ส่วนจะขับกันที่เท่าไหร่ตามใจเลยครับ ช่วงล่างและพวงมาลัยเอาอยู่แน่นอน ในความเร็วระดับ 200 กม./ชม.เร็วมากกว่านี้ไม่ได้ลองครับ กลัววววตำรวจจับ

อีกอย่างที่ต้องปรบมือให้คือ การทรงตัวของรถทั้งความเร็วต่ำ และความเร็วสูงที่ C250 Coupe AMG Dynamic ทำได้ดีมากๆ ผมไม่มีข้อข้องใจนะ พวงมาลัยแม่นยำมาก ความเร็วสูงก็นิ่งดี เสียงลมเข้ามาในห้องโดยสารก็มีบ้างนิดหน่อย แต่ต้องความเร็วสูงจริงๆ ซึ่งก็ผิดธรรมชาติการใช้งานแล้ว แม้ว่าคุณจะขับที่ความเร็วระดับ 150 กม./ชม. ก็ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลงอันแสนไพเราะที่ผ่านออกมาจากลำโพงระดับเทพอย่าง Burmaster ได้แน่นอนครับ

p1070295-copy

ลำโพงเทพๆ

หันมาในเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัย บอกได้เลยว่า “มาเต็ม” จริงๆ กับ Mercedes Benz ในตระกูล C-Class ทั้งตระกูลไม่ใช่เฉพาะคันที่ผมขับเท่านั้นครับ มาตั้งแต่รุ่นเล็กอย่าง C-200 Urban ที่มีราคาตั้งแต่ 2.1 ล้านบาทเป็นต้นไป ก็จะได้ระบบความปลอดภัยเหล่านี้ครับ เริ่มตั้งแต่ ถุงลมนิรภัย 4 ลูก บวกเพิ่มกับม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างป้องกันศรีษะอีก 4 ลูก โปรแกรมการควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (ESP) เบรก ABS ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น Hold และ ระบบป้องกันรถไหลในที่ลาดชัน (Hill-Start Assist)

p1070313-copy

ไฟหน้าอัจฉริยะ ไปได้หมดถ้าด้านหน้ามืด

ไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC) ระบบนี้จะทำหน้าที่เพิ่มและลดความเร็วโดยอัตโนมัติ ตามความเร็วที่เรากำหนด แต่หากรถคันหน้าช้าระบบจะลดความเร็วลงตามคันหน้าและเพิ่มความเร็วอัตโนมัติเมื่อรถคันหน้าพ้นทาง ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ ที่จะช่วยหยุดรถให้โดยอัตโนมัติเมื่อรถคุณใกล้กับรถคันหน้าเกินไป ระบบช่วยนำรถเข้าจอด ระบบนี้ผมชอบนะครับ ใช้ไม่ยากด้วย ไว้คราวหน้าผมจะแนะนำวิธีใช้ระบบนี้เป็นวิดีโอ ให้ท่านผู้อ่านได้เห็นการใช้งานจริง

p1070316-copy

ที่น่าเสียดายคือยังไม่ได้ลองระบบไฟหน้าอัจฉริยะ (LED Intelligent Light System ) ที่สามารถปรับไฟสูงให้โดยอัตโนมัติ คือหากเราเปิดไฟสูงอยู่แล้วมีรถสวนระบบนี้จะปิดไฟสูงทันที และเปิดไฟสูงใหม่เมื่อรถสวนทางพ้นไป รวมทั้งระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง ซึ่งระบบพวกนี้ต้องลองตอนกลางคืนอย่างเดียวเลย ตอนกลางวันมีแต่ไฟ daytime ที่ตอนนี้รถเกือบทุกยี่ห้อติดมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานไปแล้ว

เอาเป็นว่าระบบความปลอดภัยที่มีมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานมานั้นผมว่า ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดีเลย เพราะถ้าเราระวังสักนิดผมเชื่อว่ารถคุณไร้ริ้วรอยแน่นอน ไม่นับรวมรถอื่นมาชนนะครับ

p1070299-copy

แป้น Touchpad คอนโทรลยาก ต้องฝึกสักนิด

เมื่อเทียบกับราคาที่ 3.59 ล้านบาทของ C250 Coupe AMG Dynamic ที่แพงกว่า C250 Coupe Sport ประมาณ 5.5 แสนบาท กับฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นมาก็ “คุ้ม” อยู่นะครับ แต่หากใครไม่ต้องการดิบมากนัก แต่ยังชอบความสนุกพอสมควรตัว C250 Coupe Sport ก็เพียงพอแล้วครับ C250 Coupe AMG Dynamic จะเหมาะกับคนที่ต้องการรถหลายบุคลิก แบบหวานซ่อนเปรี้ยว เป็นได้ทั้งนางเอก และนางร้าย ในรถคันเดียวกัน

p1070269-copy

ขับสนุก มัน เท่ สบายได้นิดหน่อย ถ้าคุณพร้อม ควักกระเป๋าเลยกับค่าตัว 3.59 ล้านบาท บอกได้คำเดียว “มันส์…..แน่”

ตารางเทคนิค C250 Coupe AMG Dynamic

รุ่น เครื่องยนต์ ขนาดกระบอกสูบ (ซีซี) แรงม้า แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร) อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ความเร็วสูงสุด (กม./ชม.)
C250 Coupe AMG Dynamic เบนซิน 4 สูบ เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ 1,991 211 @ 5,500 350@1,200-4,000 6.8 วินาที 250