Home » WE TEST » FIRST DRIVE » สัมผัส โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD เครื่องเล็ก แต่รสโต

สัมผัส โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD เครื่องเล็ก แต่รสโต


โดย…นิธิ ท้วมประถม

การเปิดตัว โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD สร้างความตื่นเต้นให้กับวงการรถ PPV หรือรถกระบะดัดแปลงเมืองไทยได้ไม่น้อยทีเดียว นั่นเพราะการแข่งขันในตลาดนี้เป็นไปอย่างดุเดือดเลือดพล่าน มีคู่แข่งกระโดดเข้ามาอยู่ในตลาดนี้หลายเจ้าด้วยกัน และแต่ละแบรนด์ต่างก็ทำตลาดได้เป็นอย่างดี

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

ที่ผ่านมา โตโยต้า Fortuner เป็นทางเลือกที่น่าสนใจของแฟนๆ อยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังไม่สามารถฝ่าด่านเหล็กในตลาดนี้ไปได้ ทำให้ยอดขาย โตโยต้า Fortuner ยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังมากนัก ด้วยข้อจำกัดหลายต่อหลายอย่าง แต่มาวันนี้ โตโยต้า ค่อยๆเริ่มปรับเปลี่ยนแล้ว ซึ่งผมเชื่อว่าจะทำให้ยอดขาย โตโยต้า Fortuner ค่อยๆ ขยับขึ้นอย่างแน่นอน

โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD นี้เปิดตัวเพื่อมาอุดช่องว่าง ในตลาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ที่แต่เดิมมีแค่รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อเท่านั้น ไม่มีรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มี option เต็มเพื่อตอบสนองลูกค้าที่ไม่ต้องการเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ขนาด 2.8 ลิตร แต่ต้องการฟังก์ชั่นการใช้งานที่เท่ากับตัว Top ของรุ่นเครื่องยนต์ 2.8 ลิตรมีอยู่

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

หน้าตาของ โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD เหมือนกับรุ่น 2.8V ทุกประการครับ จะมีต่างกันก็ตรงด้านท้ายที่ไม่มีตัวเลข 2.8 ติดอยู่ก็เท่านั้น ส่วนสัญลักษณ์ ซิกม่า4 ก็มีมาให้เหมือนกัน ขณะที่ไฟหน้าเป็น Bi-Beam LED เหมือนรุ่น 2.8 แต่เปลี่ยนไฟตัดหมอกจากหลอดธรรมดาเป็น LED เอาเป็นว่าดูเผินๆ มองไม่รู้เลยครับว่ารุ่นไหนเป็นรุ่น 2.8V รุ่นไหน 2.4V เหมือนกันเป๊ะ

และเมื่อมีระบบขับเคลื่อนเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แน่นอนชุดแต่งสำหรับขาลุยก็ต้องตามาด้วย อย่างเช่นกาบบันไดด้านข้างสีเงิน สปอยเลอร์หน้า-หลัง สีเดียวกับตัวรถ มากันแบบครบๆ ก็ต้องบอกว่าเจ้า โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD นี้หน้าตาดูดี สมส่วนเลยครับ

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

ด้านหลังก็เหมือนรุ่น 2.8

ที่สำคัญ คือ โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD รุ่นนี้เปลี่ยนระบบเบรกหลังเป็น ดิสก์เบรก!!  แล้วหลังจากถูกดราม่าว่าใช้ ดรัมเบรก กันมาตั้งนมนานนนนน และครั้งนี้ โตโยต้าตัดสินใจเปลี่ยนเบรกหลังของ โตโยต้า Fortuner ทุกรุ่นให้กลายเป็นดิสก์เบรกไปเลยจะได้ไม่ต้องมานั่งสงสัยเรื่องของสมรรถนะเบรกกันต่อไปอีก 

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

ดิสก์เบรกหลังมาแล้วนะจ้ะ แล้วใส่มาให้ทุกรุ่นแล้วด้วย

มาภายในห้องโดยสารกันบ้างครับ เปิดประตูเข้ามาสิ่งแรกที่พบบอกได้เลยว่า คือความหรูหราภายในห้่องโดยสารที่ผมว่าเจ้า โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD มีมาให้ดีทีเดียว ดูเนี้ยบมากขึ้นทั้งจากวัสดุ และการออกแบบ ผมว่ามันดู PPV ที่หรูดีทีเดียว เริ่มตั้งแต่ เบาะนั่งหนังสีน้ำตาล ที่สีนอกจากจะสวยแล้ว ยังตัดเย็บดีด้วย ลายตะเข็บของเบาะหนังดูดีเลยทีเดียว ทำให้ดูหรูหราขึ้นทีเดียว แต่ถ้าเป็นรุ่น 2.8V เบาะนั่งจะเป็นสีครีม ถามว่าชอบมั้ยก็ดูสว่างตาดีครับ แต่จะดูแลรักษายากไปหน่อย

เบาะนั่งที่บอกว่าเป็นสีน้ำตาลเข้มนอกจากดูดีแล้ว คู่หน้ายังเป็นเบาะปรับไฟฟ้าเพิ่มความสบายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าได้อีกโข พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง เบาะนั่งด้านหลังก็นั่งสบายดีครับ มีที่พักแขนตรงกลางที่ดึงออกมาจากพนังพิงได้ ซึ่งมีที่วางแก้วแบบ push-open เลื่อนเก็บได้ อ้อๆๆ ลืมบอกไปอีกอย่างครับ พวกช่องต่างๆ ที่มีฝาปิดนั้นเวลาเปิดจะเป็นแบบ soft open ทั้งหมด อย่างเช่นที่เก็บของคอนโซลหน้าเวลากดปุ่มเปิดแล้วฝาจะค่อยๆเปิดออกมาเหมือนฝาปิด-เปิดในรถยุโรปเลยครับ

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

เบาะนั่งสีน้ำตาล ดูขรึมๆ แมนๆ ดีครับ

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

ผมว่าครั้งนี้โตโยต้า ทำการบ้านมาดีใช้ได้เลยน่ะ ใส่โน้นนิดนี่หน่อยมาจนครบกับความต้องการใช้งานแล้ว อย่างเช่นช่องเสียบไฟ DC12 โวลต์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง 1 ช่อง เพิ่มขึ้นจากที่มี ช่องเสียบไฟ DC12 โวลต์ ตรวงคอนโซลหน้า 1 จุดมาให้แล้ว และไม่จบแค่นั้นครับยังมีปลั๊กไฟ 220 โวลต์ สำหรับผู้โดยสารตอนหลังให้ได้เสียบปลั๊กไฟกันอย่างสบายใจด้วย คราวนี้ไม่ต้องห่วงอุปกรณ์ไฟฟ้าของเราแล้วว่าแบตจะหมด อย่างนี้เปิดโน๊ตบุ๊ก นั่งทำงานเบาะหลังกันยาวๆ ไปเลย

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

มีเบาะมีครีมมาให้เลือกด้วยถ้าใครไม่อยากเข้ม

เบาะนั่งแถว 2 กว้่างขวางนั่งสบายดีครับไม่มีอึดอัด นั่ง 3 คนได้อยู่ เหลือบมองไปบนเพดานเห็นไฟส่องเก๋งเป็น LED แล้ว ถ้าอย่างนั้นไม่ต้องกังวลว่าแสงสว่างในห้องโดยสารจะน้อยไปนะครับ หาของได้สบายๆ ไม่่ต้องใช่ไฟฉายในโทรศัพท์ช่วยหา มีช่องแอร์แบบปรับอัตโนมัติแยกมาให้สำหรับผู้โดยสารตอนหลังทั้งแถว 2 และแถว 3 แปลว่าผู้โดยสารนั่งเดินทางไกลกันได้ไม่มีปัญหา

การปรับพับเบาะแถว 2 เพื่อเข้าไปนั่งที่เบาะแถว 3 ก็ไม่ยากครับ เพราะการพับเป็นแบบ one-touch กดทีเดียวเบาะก็พับขึ้นให้แล้ว แต่การเข้าไปนั่งในที่นั่งแถว 3 ยังค่อนข้างลำบากอยู่เหมือนเดิมคือต้องมุดๆ เข้าไปเหมือนเดิม แต่ถ้าเป็นเด็กๆ ก็ไม่ใช่ปัญหาของการเข้าไปนั่งในเบาะแถว 3  ส่วนความกว้างขวางของเบาะที่นั่งแถว 3 ต้องใช้คำว่า “พอนั่งได้” เท่านั้นยังไงพื้นที่วางขาก็ยังแคบไปอยู่ดี

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

ยังล้าสมัยเหมือนเดิมกับการพับเบาะแถว 3 ที่เป็นแบบแขวน

แต่ที่ยังต้องปรับปรุงอย่างมากของ โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD ในรุ่นนี้ก็คือการพับเบาะแถว 3 ที่ยังคงแบบเดิมที่แสนล้าสมัยคือ คือต้องแขวนเบาะไว้ด้านข้างไม่ได้พับปรับราบเหมือนกับคู่แข่ง ซึ่งการพับเบาะแบบแขวนนี้เป็นมาตั้งแต่ Fortuner รุ่นแรกที่เปิดตัวแล้ว มาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไร ซึ่งผมมองว่าการพับเบาะแบบแขวนนี้มีล้าสมัยและทำให้เสียพื้นที่ในการเก้บสัมภาระไปไม่น้อยทีเดียว

เมื่อเข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับ ผมยอมรับว่าแอบชอบกับการออกแบบแผงหน้าปัดทั้งหลายของโตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD  นี้ครับ ดูทันสมัยดีแต่ก็มีแอบหรูๆ ติดปลายนวมมาด้วย ชอบครับ มาตรวัดเรืองแสงแบบ optitron ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโตโยต้า มองเห็นได้อย่างชัดเจนกระจ่างตาดี ทั้งมาตตรวัดรอบเครื่องยนต์และความเร็ว ส่วนตรงกลางระหว่างมาตรวัดทั้ง 2 แน่นอนเป็นจอแสดงข้อมูล MID ที่เป็นหน้จอสีแบบ TFT

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

แผงหน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์ของโตโยต้า

กดปุ่มสตาร์ท ซึ่งกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ โตโยต้า Fortuner ทุกรุ่นไปแล้ว เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มขึ้นมาทันที มือผมเลื่อนมาจับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นที่รุ่นนี้หุ้มหนังนุ่มกระชับมือมาให้ด้วย ด้านหลังพวงมาลัยมี แป้นปรับตำแหน่งเกียร์มาให้่ด้วย อย่างนี้สนุกแน่ๆ นึกว่าจะไม่มี paddle shift มาให้สะแล้ว

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

พวงมาลัย มัลติฟังก์ชั่น

ไล่สายตาเรื่อยมาถึงคอนโซลกลาง ก็พบกับเครื่องเสียงพร้อมจอขนาดใหญ่ 7 นิ้ว มีระบบเนวิเกเตอร์มาให้ด้วย จอนี้ก็ทำหน้าที่เป็นกล้องมองหลังไปในตัวยามคุณเข้าเกียร์ถอยหลัง ซึ่งถือว่าครบครันครับกับฟังก์ชั่นการทำงานของหน้าจอนี้ ผมให้ 3 ผ่านเลย

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

เปลี่ยนเกียร์มาอยู่ในตำแหน่ง D กดคันเร่งกันเลย เพราะอยากรู้ว่าเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร ในรุ่น 2 GD-FTV (High) 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว VN เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ที่ให้่แรงม้ามากสุด 150 แรงม้าที่รอบเครื่องยนต์ 3,400 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดที่ 400 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องยนต์เพียง 1,600-2,000 รอบต่อนาที นั้นจะขับสนุกมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเจ้าเครื่องยนต์ตัวนี้ หากมองเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาดก็ต้องยอมรับว่าแรงม้าของ โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD นี้เป็นรองไม่น้อยทีเดียว

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

โหมดการขับขี่ ถ้าอยากประหยุดก็ Eco ถ้าอยากสนุกต้อง PWR โหมด 2 อารมณ์ในหนึ่งคัน

แต่นั่นเป็นตัวเลขในสเป็กครับ เรามาลองใช้งานจริงกันดีกว่า การออกตัวชิลๆ ครับพอไปได้ไม่มีอาการอืดอะไรเท่าไหร่ อัตราเร่งอยู่ในระดับปกตินะครับ ไม่ปรู๊ดปร๊าดถึงใจ ไปได้เรื่อยๆ การเร่งแซงมั่นใจได้แต่ก็ขอเว้นระยะไว้สักหน่อยก็ดีครับ ส่วนหนึ่งที่ทำให้การเร่งแซงต้องเว้นระยะไว้หน่อยก็เพราะน้ำหนักตัวของ โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD นี้มีน้ำหนักมากกว่ารุ่น 2WD อยู่พอควร ทำให้เครื่องยนต์ตัวนี้ต้องแบกน้ำหนักเพิ่มขึ้นไปด้วย

แต่ถ้าอยากขับให้สนุกมากขึ้นก็ปรับเกียร์ไปโหมด S คือดึงคันเกียร์เข้ามาหาตัว ความสนุกในการขับก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยคราวนี้ทุกเกียร์ที่เราขับจะเข้าไปอยู่ในโหมด Sport ทั้งหมดนั่นคือลากรอบกันทุกเกียร์ถามว่าสนุกมั้ย สนุกแน่ๆ แต่แลกกับกินน้ำมันน่ะ

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

ดึงคันเกียร์เข้าหาตัวเพื่อความสนุกในโหมด S แบบกึ่งแมนนวล

แต่ถ้าอยากแค่เปลี่ยนมาขับกันแบบเกียร์แมนนวล ก็มาใช้แป้น Paddle Shift ที่อยู่หลังพวงมาลัยได้เลยครับ คราวนี้ก็สนุกละ จะเร่งแซงก็ปรับเกีบร์มาเป็นเกียร์ต่ำเพื่อเรียกพละกำลังและแรงบิดมาให้สบายใจกันไป ดีครับผมชอบกับ Paddle Shift ทำให้การขับรถสนุกขึ้นมาไม่น้อย แถมยังง่ายต่อการเปลี่ยนเกียร์ด้วย ไม่ต้องละมือไปจากพวงมาลัยเวลาจะเปลี่ยนเกียร์

ช่วงล่างของ โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD ค่อนข้างจะแข็งหน่อยๆ นะครับ ไม่ค่อยนุ่มนวลเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งทางทีมวิศวกรของโตโยต้าบอกมาว่าเพราะน้ำหนักของรถที่เบากว่ารุ่น 2.8 เลยทำให้ช่วงล่างของ 2.4 กระด้างมากขึ้นกว่ารุ่น 2.8 ส่วนเรื่องการทรงตัวดีครับไม่มีปัญหาไม่มีอาการร่อนเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง หนึบใช้ได้เลย แต่พวงมาลัยนี่สิผมว่ายังไม่ค่อยแม่นยำเท่าไหร่นัก ซึ่งน่าจะมาจากระบบพวงมาลัยของ โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD ที่ยังเป็นระบบไฮโดรลิกยังไม่เป็นระบบพวงมาลัยไฟฟ้า ทำให้ความแม่นยำของพวงมาลัยมีน้อย ผมไ่ม่ชอบในจุดนี้เลยจริงๆ ซึ่งพวงมาลัยไฮโดรลิค นี้ถือว่าเป็นเทคโนโลยีเก่าไปหน่อยนะครับ ไม่ควรจะเจออยู่ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆ แล้ว ซึ่งผมเชื่อว่ารุ่นหน้าเราไม่น่าจะได้เห็นเทคโนโลยีนี้แล้ว

ขณะที่ระยะเบรกของ โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD หลังจากเปลี่ยนมาใช้ดิสก์เบรกแล้วผมรู้สึกว่าการตอบสนองของการเบรกนั้นดีขึ้นมาก ส่วนระยะเบรกผมว่าน่าจะดีขึ้นนะครับแต่ไม่ได้ลองแบบจริงจังเลยไม่กล้าบอกว่าเป็นอย่างไร

ว่าไปแล้วเจ้าโตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD ใช้สำหรับเดินทางการไกลก็พอไหวนะครับ นั่งกระเด้งๆ หน่อยก็พอไหว แต่บอกไว้ก่อนเลยว่าช่วงล่างไม่นุ่มเหมือนกับรุ่นเครื่องยนต์ 2.8 แน่ๆ

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

ขับท่องเที่ยวสบายๆ ไม่มีปัญหา

หากพูดเรื่องการใช้งานแบบ on-road โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD ใช้ได้สบายๆ เลยครับ ไม่ต้องกังวล อัตราการสิ้นเปลืองก็อยู่ในระดับที่รับได้คือประมาณ 10-11 กม./ลิตร อัตราสิ้นเปลืองนี้แบบขับนอกเมืองนะครับ ส่วนในเมืองยังไม่ได้ลองขับมากมายนักเลยยังตอบไม่ได้ว่าเป็นเท่าไหร่

นอกจากการลองขับบนถนนปกติแล้ว ทางโตโยต้า มอเตอร์ (ประเทศไทย) ยังจัดให้มีการลองขับในเส้นทางออฟโรด เพื่อพิสูจน์กันให้เห็นไปเลยว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร กับช่วงล่างซิกม่าโฟร์ หรือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่โตโยต้าใส่มาให้นั้นเพียงพอต่อการใช้งานหรือไม่

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

เครื่อง 2.4 ดีเซลเทอร์โบ ไม่มีปัญหาแรงพอตัวทีเดียว

สำหรับเส้นทางที่เราใช้ขับออฟโรดนั้น เป็นสนามที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เราได้ใช้งานในทุกฟังก์ชั่นของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีอยู่ในโตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD กันแบบหายสงสัยกันไปเลย ซึ่งหลังจากการขับแล้วบอกได้เลยครับว่า เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตรตัวนี้มีแรงบิดอันมหาศาลที่สามารถพาคุณไปได้ทุกที่ทีมีทางไปถึงเลยก็ว่าได้ อย่างในการช่วงการขับที่ต้องใช้เครื่องยนต์ในรอบเดินเบาเพียงไม่เกิน 1,200 รอบ/นาที ให้ล้อรถค่อยๆ ไต่ผ่านอุปสรรคต่างๆ ไ่ม่ว่าจะเป็นโขดหินหรือขอนไม้ใหญ่ ก็ทำได้อย่างไม่มีที่ติ

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

ลองทางออฟโรด ก็ไม่ใช่ปัญหาน่ะ

เราได้ลองระบบ DAC หรือระบบ Downhill Assist Control ซึ่งเป็นระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ที่เราไม่จำเป็นต้องใช้เท้าเหยียบเบรกอะไรเลยเวลาเรามุดหัวลงมาบนทางชันๆ ตัวรถจะเบรกให้เราโดยอัตโนมัติครับ เราไม่ต้องเหยียบเบรกให้วุ่นวาย แค่เอาเท้าออกจากคันเร่ง แล้วคอยควบคุมทิศทางพวงมาลัยเท่านั้นพอ ส่วนเบรกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตัวรถไป ระบบนี้ทำงานได้ดีทีเดียวครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องของการขับรถลงทางชันเลย

รวมไปถึงระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ A-TRC ที่เครื่องยนต์จะลดกำลังเครื่องยนต์ของล้อที่สูญเสียการขับเคลื่อน แต่จะส่งกำลังไปยังล้อที่เหลือเพื่อให้รถสามารถขับเคลื่อนต่อไปโดยที่ไม่เสียกำลัง

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

ต้องยอมรับว่าสถานีที่ทางโตโยต้าเตรียมไว้นั้นทำให้เราได้เห็น สมรรถนะเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อกับเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตรนั้นใช้งานได้จริงๆ ในสถานการณ์จริงอย่างแน่นอน จะบุกน้ำลุยโคลน ทางขรุขระ หรือลาดชันขนาดไหน ผมว่าเอาอยู่น่ะกับเครื่องยนต์และช่วงล่างตัวนี้

ถามว่าน่าสนใจหรือไม่ บอกเลยว่า โตโยต้า Fortuner 2.4V 4WD น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะขนาดเครื่องยนต์ที่พอดีๆ ไม่ต้องใหญ่มากมาย เหมาะกับใช้งานในเมืองเป็นหลัก แต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องออกลุยก็ทำได้ไม่อายใคร ภายในหรูหราพอได้ มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นมาใช้ได้ ที่ผมชอบคือมีปลั๊กไฟ 220V มาให้สำหรับผู้โดยสารตอนหลังด้วยอันนี้ชอบ

แต่ที่ไม่ปลื้มคือเบาะนั่งแถวสามที่ยังพับแบบแขวนอยู่ ทำให้เสียพื้นที่ใช้สอยไปไม่น้อย และที่สำคัญคือเปลืองแรงเวลายกเบาะขึ้นไปแขวนด้วย อ้อ….อีกเรื่องคือความแข็งของช่วงล่างที่ค่อนข้างแข็งไปหน่อยนั่งทางไกลๆ ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่เมื่อเทียบกับรุ่นเครื่องยนต์ 2.8 ลิตรที่ช่วงล่างค่อนข้างจะนุ่มนวลมากกว่ารุ่นนี้ และผมว่าช่วงล่างที่นุ่มๆ นี่แหล่ะคือจุดเด่นของ โตโยต้า Fortuner เพราะหากมองในเรื่องของออปชั่นไฮเทคทั้งหลาย Fortuner ยังค่อนข้างเป็นรองคู่แข่งอยู่ไม่น้อยทีเดียว

โตโยต้า Fortuner 2.4 4WD

ไฟหน้าเจ้าปัญหา เอาเข้าศูนย์ไปปรับระดับความสูงของไฟหน้าได้เลยครับ

อ้อ….ลืมบอกไปครับ อีกเรื่องที่เป็นดราม่าของ โตโยต้า Fortuner นั่นคือเรื่องของไฟหน้าที่แสนจะทำความรำราญให้กับเพื่อนร่วมเดินทางไม่น้อย ทางทีมงานโตโยต้าก็รับทราปัญหานี้แล้วนะครับ โดยขอให้ท่านเจ้าของรถยนต์ โตโยต้า Fortuner นำรถเข้าไปที่ศูนย์บริการเพื่อให้ช่างปรับตำแหน่งของหลอดไฟหน้าให้ลดต่ำลงเพื่อลดการรบกวนสายตาของผู้ใช้รถใช้ถนนท่านอื่นๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

สนนราคาอยู่ที่ 1.499 ล้านบาทเพิ่มขึ้นมาจากรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ 5 หมื่นบาทแต่ ออปชั่นท่ีเพิ่มเข้ามามีมากมายเกินราคาอยู่ไม่น้อย ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสาวกโตโยต้าครับ