Home » WE TEST » TEST DRIVE » BMW 520d (CBU) ขับสนุก ประหยัด แต่ขอรอรุ่น CKD

BMW 520d (CBU) ขับสนุก ประหยัด แต่ขอรอรุ่น CKD


นิธิ ท้วมประถม

“ในประเทศไทย บีเอ็มดับเบิลยูสร้างสถิติใหม่ด้วยการส่งมอบรถยนต์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสแรกของปี 2560 ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูจำนวน 2,097 คัน ซึ่งสูงขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา” คือคำพูดของ มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำพูดดังกล่าวแสดงให้เรารู้ว่ารถยนต์ BMW ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในตลาดรถยนต์ระดับโลก รวมถึงตลาดประเทศไทย

bmw-520d-luxury-5

โฉมหน้า ของ BMW 520d luxury ดูวัยรุ่นมากกว่ารุ่นก่อนเยอะ

สำหรับในตลาดประเทศไทย BMW เพิ่งเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดลงสู่ตลาดนั่นคือ BMW ซีรี่ส์ 5 โฉมใหม่ลงสู่ตลาด ซึ่งรุ่นที่เปิดตัวนี้เป็นรุ่นนำเข้าจากเยอรมัน (CBU) ยังไม่ใช่รุ่นประกอบในประเทศ (CKD) โดยเปิดตัวด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นคือ BMW 530i M Sport และBMW 520d Luxury ซึ่งเจ้ารุ่น 530i นั้นเป็นเครื่องยนต์เบนซิน ขณะที่ 520d นั้นเป็นเครื่องยนต์ดีเซล ไม่มีรุ่นเครื่องยนต์ เหมือนกับคู่แข่งตลอดกาล อย่างเมอร์เซเดส เบนซ์ ที่ประกาศตัวออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่า จะไม่ทำตลาดเครื่องยนต์ดีเซลแล้ว แต่จะขอเดินหน้าทำตลาดเครื่องยนต์ ปลั๊กอิน ไฮบริด กับเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ เท่านั้น ขอปิดประตูตายสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล

bmw-520d-luxury-2

บั้นท้ายดูลงตัวไม่น้อย

มุมมองในเรื่องของทิศทางเครื่องยนต์ระหว่างเครื่องยนต์ดีเซล กับเครื่องยนต์ ปลั๊กอิน ไฮบริด เครื่องยนต์ใดจะเข้าไปนั่งในใจลูกค้าคนไทย หรือเครื่องยนต์ใดที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจนทำให้ต้นทุนถูกลง และกลายเป็นเครื่องยนต์ในอนาคตของไทย จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

แต่วันนี้ ผมยังเชื่อว่าเครื่องยนต์ดีเซล เป็นเครื่องยนต์ที่น่าสนใจไม่น้อย เมื่อมองทั้งในแง่ของความประหยัด และพละกำลัง และนั่นคือเหตุผลที่ผมเลือกที่จะ “ลองขับ” BMW 520d Luxury เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่างในใจของผมว่าจริงหรือไม่

bmw-520d-luxury-14

เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ ยังเป็นเครื่องยนต์ที่น่าใช้อยู่มาก

ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่าเจ้า BMW 520d Luxury นั้นมีอะไรโดดเด่นบ้าง เริ่มตั้งแต่รูปร่างหน้าตา ซ๊รี่ส์ 5 โฉมใหม่ ดูโฉบเฉี่ยวและวัยรุ่นมากขึ้นกว่าโฉมเดิมเอาการอยู่ไม่น้อย ซึ่งผมจะไม่อธิบายอะไรมากนะครับ ดูจากภาพประกอบน่าจะชัดเจนว่า ซีรี่ส์ 5 ใหม่นี้สวยกว่ารุ่นเดิมมากน้อยเพียงใด

ถ้ามองในรายละเอียดจากภายนอกละก็มีไม่น้อยครับ เริ่มตั้งแต่ กระจังหน้าไตคู่พร้อมแผ่นเปิด/ปิด อัตโนมัติ เพื่อลดแรงเสียดทายนของอากาศ ไฟหน้าแบบ LED สามารถปรับทิศทางตามการหมุนของพวงมาลัย แถมเมื่อเปิดไฟสูงจะมีระยะไกลสูงสุดถึง 500 เมตร และยังมีระบบปรับการทำงานไฟหน้า-ไฟสูง อัตโนมัติ ไฟตัดหมอก LED ล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้วลาย W-Spoke

bmw-520d-luxury-34

ไฟหน้าแบบ LED พร้อม ล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้วลาย W-Spoke

 แถมเจ้า BMW ซีรี่ส์ 5 ใหม่นี้ยังมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นเดิมมากถึง 100 กิโลกรัมเลยทีเดียว ซึ่งน้ำหนักที่ลดลงนั้นมาจาก การใช้อลูมิเนี่ยมและเหล็กกล้าในหลายชิ้นส่วนอย่างเช่น ฝากระโปรงหน้า-หลัง เป็นต้น และน้ำหนักที่เบาลงแน่นอนครับ ว่าจะส่งผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์และอัตราการประหยัดน้ำมัน

แม้ว่าน้ำหนักตัวของ BMW ซีรี่ส์ 5 ใหม่ จะลดลงมาก แต่ขนาดของตัวถังและห้องโดยสารกลับกว้่างขึ้นนะครับ คือความยาวฐานล้ออยู่ที่ 2,975 มม. (เพิ่มขึ้น 7 มม.)  ประกอบกับความกว้างฐานล้อหน้า  1,605 มม. (เพิ่มขึ้น 5 มม.) และความกว้างฐานล้อหลัง 1,630 มม. (เพิ่มขึ้น 3 มม.) และพื้นที่เก็บสัมภาระยังใหญ่ตามไปด้วย โดยส่วนขอบล่างของกระโปรงได้ปรับให้มีระดับต่ำลงกว่าในรุ่นก่อน จึงทำให้สามารถจัดเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ได้ง่ายขึ้น ด้วยความจุมากถึง 530 ลิตร 

520d-luxury-th-1

ดูกันเลยว่า ซีรี่ส์ 5 ใหม่นี้มีอะไรใหม่บ้าง

และก่อนที่จะเข้าไปลองขับ สิ่งที่ผมต้องพูดถึงอีกอย่างของ BMW ซีรี่ส์ 5 ใหม่ ก็คือ กุญแจรีโมท ที่ BMW เรียกว่า กุญแจ Display Key ที่มีขนาดใหญ่โตเอาการ เพราะมีหน้าจอขนาดเล็กอยู่ที่กุญแจ เหมาะเหลือเกินกับคำว่า Display Key ซึ่งเจ้าจอ Display แบบสัมผัสนี้ มีประโยชน์ไม่น้อยเลยครับ เพราะสามารถแสดงผลให้ผูขับขี่ได้รับรู้สถานะต่างๆของรถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถรู้สถานะปริมาณของน้ำมันและระยะทางที่รถสามารถวิ่งได้ รวมถึงข้อมูลที่สำคัญอื่นๆ เช่นระบบล็ิอกรถทำงานอยู่หรือไม่ หน้าต่างปิดหรือไม่ ที่สำคัญเราสามารถสั่งให้ ระบบปรับอากาศทำงานได้โดยที่ตัวเรายังอยู่นอกรถได้อีกด้วย

bmw-520d-luxury-23

กุญแจ Display Key อีกหนึ่งฟังก์ชั่น ที่น่าปรบมือให้

ผมชอบน่ะ ระบบนี้ทำให้เราขึ้นรถได้โดยที่ไม่ต้องหงุดหงิดกับความร้อนสะสมที่ต้องเจอเมื่อจอดรถทิ้งไว้กลางแดด เอ…..แต่จะว่าไปไอ้เจ้าระบบนี้ ก็มีอยู่ใน ฮอนด้า แอคคอร์ด ไฮบริด เหมือนกันน่ะครับ

ไม่เป็นไรใครมีก็ไม่ว่า เอาเป็นว่า ซีรี่ส์ 5 ใหม่มีก็แล้วกัน!!

ขึ้นรถกันเลยดีกว่าครับ ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารกันบ้าง แต่เอ๊ะ…… ตอนปิดประตูก็เลยรู้ว่า เจ้าซีรี่ส์ 5 ใหม่นี้มีระบบปิดประตูแบบผ่อนแรงกระแทกด้วย นั่นหมายความว่าเราไม่ต้องออกแรงปิดประตูแรงๆ แล้วครับ แต่เอาประตูมาแตะเบาๆ เดี๋ยวระบบจะดูดประตูให้ปิดสนิทไปเอง

ระบบนี้ ถือว่าใหม่เอี่ยมอ่องในรถระดับนี้นะครับ เพราะระบบปิดประตูแบบผ่อนแรงกระแทกนั้นจะมีเฉพาะในซีรี่ส์ 7 เท่านั้น ก็นับว่าเท่ไม่น้อยครับ และที่สำคัญ เมอร์เซเดส เบนซ์ C-Class ก็ไม่มีระบบนี้เช่นกัน จุดนี้ถือว่า ซีรี่ส์ 5 ได้เปรียบละ

bmw-520d-luxury-20

ภายในอย่างเท่ และหรูหรา ไม่น้อย

หันมามองที่คอนโซลหน้า และมองรอบๆตัว บอกได้เลยว่าเหมือนมันดูหรูหราไม่น้อยทีเดียว ทั้งจากเบาะหนังแท้ Dakota เบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง แถมภายในตกแต่งด้วยลายไม้พร้อมแถบโครเมี่ยม ดูแล้วโมเดิร์นดีทีเดียวครับ

แต่ที่สะดุดตามากที่สุดก็คือ จอภาพแบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว ที่อยู่บริเวณคอนโซลกลางดูใหญ่โตอลังการดีมาก ผมชอบนะ ซึ่งเจ้าจอระบบสัมผัสนี้มาพร้อมกับระบบควบคุมเครื่องเสียงด้วยการเคลื่อนไหวมือ (Gesture Control) โดยระบบนี้เหมือนกับเราเป็นพ่อมดมีนิ้ววิเศษที่คอยชี้นิ้วบังคับเครื่องเสียงในรถให้ เบา-ดัง หรือเปลี่ยนคลื่น รวมถึงรับ-ปฏิเสธ สายโทรศัพท์

bmw-520d-luxury-21

จอภาพแบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว

การใช้งานระบบนี้ บอกไว้ก่อนครับต้องศึกษาไว้หน่อยน่ะ เพราะตำแหน่งการชี้นิ้วไปยังหน้าจอนั้นต้องมีองศาที่ถูกต้องนะครับ ไม่ใช้ชี้นิ้วสุ่มสี่สุ่มห้าไป อย่างนั้นระบบก็ไม่ทำงานเหมือนกัน แต่ถ้าเราชี้นิ้วถูกองศา ถูกมุมที่ set ไว้แล้วละก็ คุณจะกลายเป็นพ่อมด แม่มด แสนเท่ ไว้อวดเพื่อนฝูงแน่ๆ

มองไปที่นั่งตอนหลังก็ดูกว้างขวางใช้ได้ แต่ยังไม่ได้เข้าไปลองนั่งแบบจริงจังครับ เลยบอกไม่ได้ว่าที่เห้นว่ากว้างๆ นั้นนั่งสบายหรือเปล่า แต่ที่เห็นว่าใช้ได้ชัวร์ๆ ก็คือ ม่านบังแดดกระจกหลังไฟฟ้า และม่านบังแดดประตูหลัง นั่นหมายความว่าเจ้าซีรี่ส์ 5 ใหม่นี้ออกแบบมาสำหรับผู้บริหารที่นั่งตอนหลังแหงๆ

กลับมาที่เราดีกว่าครับ คงไม่มีโอกาสไปเป็นผู้บริหารที่นั่งตอนหลังแน่ๆ มาเป็นพลขับดีกว่า มาลองดูสิว่า เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร แบบทวินพาวเวอร์ เทอร์โบ 190 แรงม้าที่รอบเครื่องยนต์เพียง 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดอันมหาศาลที่ 400 นิวตันเมตรที่รอบเครื่องยนต์ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาทีนั้น จะเจ๋งขนาดไหน

520d-luxury-th-2ไปกันเลยครับ เพราะการลองขับครั้งนี้ BMW ประเทศไทย เตรียมสถานีการลองขับไว้ให้เพียบพร้อม ซึ่งแต่ละสถานีนั้นเป็นไปตามมาตรฐานระดับโลกที่ใช้ทดลองขับกับ

ซึ่งเมื่อขับผ่านสถานีทั้งหมดแล้ว บอกได้คำเดียวว่า เจ้าซีรี่ส์ 5 ใหม่นี้ เจ๋งกว่ารุ่นเก่าแบบหน้ามือหลังมือเลยทีเดียวริ่มตั้งแต่ระบบช่วงล่างและระบบการทรงตัวของรถนี้เยี่ยมมากครับ โดยเฉพาะระบบป้องกันการเสียการทรงตัวทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะมีบางโค้งในสถานีที่ถูกจัดขึ้นนั้น ผมเชื่อแน่ว่า หากอัดเข้าไปหนักๆ รถต้องท้ายปัดอย่างแน่นอน เลยอยากเล่นเสียหน่อย แต่ปรากฏว่าเมื่อ “อัด” เข้าไปในโค้งจังหวะที่ท้ายต้องออก คอมพิวเตอร์ทำงานทันทีครับโดยลดแรงบิดของเครื่องยนต์ลง และควบคุมไม่ให้ล้อหลังหมุนฟรี ทำใหรถอยู่ในการควบคุมแบบไม่น่าเชื่อ

bmw-520d-luxury-19

แป้นเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด หน้าตายังคงเหมือนเดิม พร้อมแป้นปรับโหมดการขับขี่ด้านซ้ายของคันเกียร์

จะว่าไปแล้วระบบนี้ สุดยอดของความปลอดภัยที่แจ่มแจ๋วมาก แต่ก็ต้องแลกกับความสนุกที่หายไป ซึ่งคุ้มแน่นอนครับ จะว่าไปแล้วหากใครอยากขับแบบดิบๆ ก็สามารถปรับโหมดการขับให้เป็นแบบ sport+ ระบบควบคุมทั้งหมดก็จะหายไปคราวนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือคนอยู่หลังพวงมาลัยแล้วละครับ

ลองกดคันเร่ง ในโหมดการขับแบบปกติ คือ normal อัตราเร่งกับแรงบิดก็มาให้ใช้แบบพอเพียงแล้ว แต่หากปรับไปเป็นโหมด S หรือ sport ก็สนุกแน่นอน หลังติดเบาะเป็นระยะทันทีที่คุณกดคันเร่ง ไม่ต้องถามว่าแรงมั้ย ถามว่า “จะเอาอยู่มั้ย?” น่าจะเหมาะกว่า

ระบบช่วงล่างนุ่มนวลดีครับ จะติดแข็งนิดๆ ก้น่าจะมาจากยางรันแฟลท ที่แข็งกว่ายางเรเดียลทั่วไปอยู่แล้ว ไม่น่าใช่ปัญหาในเรื่องของการใช้งานแต่ถ้าเทียบกับ เมอร์เซเดส เบนซ์ อี-คลาส บอกได้เลยว่า ซีรี่ส์ 5 แข็งกว่า ซึ่งก็เป็นไปตามนิสัยของเขาอยู่แล้ว

bmw-520d-luxury-33

เบาะหลังกว้างขวางเอาการ

พวงมาลัยแม่นยำมาก เข้าโค้งได้ตามที่เราหักพวงมาลัยแบบเป๊ะๆ น้ำหนักของพวงมาลัยก็หน่วงมาใช้ได้ ไม่เบาและไม่หนักจนเกินไป

อีกสิ่งที่ต้องยกนิ้วให้กับ ซีรี่ส์ 5 ใหม่ คือระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะที่ทำงานได้่อย่างราบเรียบ เนียนมากๆ แทบไม่รู้สึกถึงการปรับเปลี่บนในแต่ละเกียร์ แถมยังประหยัดน้ำมันอีกด้วย แต่ถ้าใครไม่อยากให้ระบบคอมพิวเตอร์คอยเปลี่ยนเกียร์ให้ เราก็สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ตามที่เราต้องการได้อีกด้วย ซึ่งทำให้การขับเหมาะกับทุกสถานการณ์โดยเฉพาะในช่วงถนนคดโค้ง หรือขึ้น-ลง ภูเขา ด้วยความเร็วสูง

แต่ที่ผมยังสงสัยคือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ครุยซ์ คอนโทรล) ของซีรีส์ 5 ที่ผมลองใช้ ยังเป็นระบบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบธรรมดาอยู่ ยังไม่ได้เป็นระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันที่จะชลอความเร็วเมื่อรถคันหน้าช้ากว่าความเร็วที่เราตั้งไว้ แต่เมื่อมาดูในสเป็กบอกว่ามีระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชั่นลดความเร็วอยู่ด้วย จุดนี้ก็เลยต้องขอติดไว้ก่อนครับว่าจริงๆ แล้วระบบควบคุมความเร็วของ ซีรี่ส์ 5 เป็นอย่างไร

bmw-520d-luxury-27

เบาะหนังแท้ ทั้งคัน

อ้อๆ ลืมไปครับอีกหนึ่งฟังก์ชั่น ของซีรี่ส์ 5 ใหม่ที่น่าใช้มากคือ ฟังก์ชั่นถอดจอดแบบอัตโนมัติ ที่สามารถถอยจอดได้ 2 แบบคือ แบบขนานไปกับฟุตบาธ และถอยจอดเข้าซอง ซึ่งระบบถอยจอดทั้ง 2 แบบนี้เป็นระบบถอยจอดที่เรียกได้ว่าเกือบจะสมบูรณ์แบบแล้ว คือเราไม่จำเป็นต้องหมุนพวงมาลัย เหยียบคันเร่ง รวมทั้งเหยียบเบรค ทั้งหมดปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเซ็นเซอร์ที่จะรับผิดชอบการถอยจอดได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ

ระบบนี้ ใครที่เป็นเจ้าของ ซีรี่ส์ 5 ใหม่ ควรจะต้องใช้อย่างยิ่งนะครับ เพราะมันแม่นมากกก ถ้าเซ็นเซอร์ เจอช่องที่เหมาะแล้วละก็ไม่ต้องห่วงว่าจะเฉี่ยวขะชนครับ เข้าซองได้เป๊ะจริงๆ เป๊ะกว่าเราถอยเสียอีก แถมยังถอยเร็วเสียด้วย

bmw-520d-luxury-31

สนนราคาของ 520d Luxury อยู่ที่ 3.899 ล้านบาท ซึ่งถือว่า “แพง” เหมือนกันเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด แต่ก็ด้วยความเป็นรถนำเข้าจากเยอรมัน ทำให้ราคาต้องสูงกว่าคู่แข่งไปไม่น้อย หากใครที่อยากได้ที่เห็นว่าราคาสูงไปหน่อย ก็ต้องอดทนรอรุ่น ประกอบในประเทศ (CKD) ซึ่งน่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 หรือ ต้นไตรมาส 4 และราคาก็น่าจะปรับลงมาอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านกว่าๆ

ถามว่าน่าใช้หรือไม่ บอกได้เลยว่า “น่าใช้” เพราะเครื่องยนต์ดีเซล ทวินพพาวเวอร์ ดีเซล ตัวนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าเทคโนโลยี ปลั๊กอิน ไฮบริด เลย จะได้เปรียบในเรื่องของความประหยัดที่มีมากกว่าเสียด้วย จะติดอยู่ก็แค่ เป็นรุ่น CBU เท่านั้นที่ทำให้ราคา “สูง” ไปหน่อย

ถ้าเป็น CKD ละก็ ยก 2 แขนเชียร์เลยครับ!!

bmw-520d-luxury-24